เหล่าผู้โดยสารทยอยได้พบหน้าครอบครัวและเพื่อนฝูงของตัวเอง พวกเขากอดกันร่ำไห้ ก่อนจะออกจากที่นี่ไป
แต่ก่อนจากไป พวกเขายังคงพูดไม่หยุดว่า “คุณสาวภูตคนนั้นล่ะคะ พวกเรายังอยากขอบคุณเธออีกครั้ง”
เจ้าหน้าที่จึงใช้คำพูดว่า “เธอกลับไปกับครอบครัวแล้ว” ปัดเรื่องนี้ไป
ความจริงแล้วจางรั่วสุ่ยยังไม่ได้ไปไหน
พวกเขาแวะพักอยู่ที่ลิมา
ถึงจะเจอเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้ แต่วันเกิดที่ต่างประเทศก็ยังต้องฉลองอยู่ดี!
“ฉลองที่นี่แหละ” จางรั่วสุ่ยตัดสินใจ
เคอมูหนิงเป็นคนแรกที่คัดค้าน “ที่เล็ก ๆ แบบนี้จะจัดงานเลี้ยงใหญ่โตได้ยังไง”
“ไม่ต้องจัดใหญ่ก็ได้นี่คะ”
“โอ๊ย ไม่ได้ ฉันไม่ยอม เธอเป็นลูกทูนหัวของฉัน เคอมูหนิง...ก็ต้องได้พิธีที่สมเกียรติสิ”
“แต่ตอนนี้ทุกคนอยู่ข้างฉันกันหมดแล้ว แค่นี้ก็ยิ่งใหญ่เกินพอแล้วค่ะ อีกอย่าง...ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว”
“ไม่จำเป็น?”
จางรั่วสุ่ยพยักหน้า “ค่ะ เพื่อนของคุณทูนหัวเพิ่มขึ้นเยอะแล้ว”
เคอมูหนิงชะงักไป
จางรั่วสุ่ยพูดต่อ “เมื่อก่อนที่ฉันยอมไปร่วมงานและกิจกรรมต่าง ๆ กับคุณทูนหัว ก็เพราะอยากบอกทุกคนว่าฉันเป็นจุดอ่อนของคุณทูนหัวค่ะ”
สีหน้าเคอมูหนิงพลันบิดเบี้ยว “เฮ้ย ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ควรพาเธอไป...”
“ควรพาไปสิคะ พอคนอื่นเห็นว่าคุณทูนหัวมีจุดอ่อน พวกเขาก็ยิ่งยินดีทำธุรกิจกับคุณทูนหัว บางครั้งการแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าศัตรู ก็ทำให้ได้ผลตอบแทนมากกว่า นี่คือกลยุทธ์พิชัยสงครามของหัวกั๋วค่ะ!”
“แต่กลับทำให้เธอกลายเป็นเป้านะ...”
จางรั่วสุ่ยส่ายหน้า ชี้ตัวเองแล้วพูดว่า “พวกเขายังไม่รู้หรอกค่ะว่าจุดอ่อนคนนี้แข็งแกร่งมาก! กัดยังไงก็ไม่เข้า! เพราะฉะนั้นคุณทูนหัวบินไปได้อย่างสบายใจเลยค่ะ!”
เคอมูหนิงรู้สึกซับซ้อน แต่ก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ฮ่า! เธอนี่มันเด็กบ้าจริง ๆ!”
