ทีมงานรายการร้อนใจกลัวฉินสุ้ยกับพวกจะไม่ยอมไปจากอำเภอ จึงมาตามเคาะประตูตั้งแต่เช้าตรู่เลย
ฉินสุ้ยกลับให้ความร่วมมือดีมาก ขึ้นรถไมบัคไปรับหลีเสี่ยวหยาที่โรงพยาบาลเลย
หลีเสี่ยวหยาไม่เคยนอนเตียงนุ่มแบบนี้มาก่อน ระหว่างนั้นไม่ตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งทีมงานบุกเข้ามา
หลีเสี่ยวหยานั่งขึ้นมาทั้งที่ยังมึนงัวเงีย ตัวเล็กนิดเดียวในกองผ้าห่ม เหมือนตุ๊กตาฟิกเกอร์
“จะรีบไปไหนกันนักหนา” เชิ่งอวี้เซียวกวาดตามองทีมงานอย่างไม่พอใจ
ทีมงานทำได้แค่บอกว่า “ที่บ้านนอกจากอากงหลีที่ต้องดูแลแล้ว ยังมีหมูกับไก่อีก...”
“พวกนายช่วยให้อาหารแทนไม่ได้เหรอ”
“เราให้ไม่เป็น”
“แค่นี้ยังทำไม่ได้อีก” เชิ่งอวี้เซียวขมวดคิ้ว “ยังสู้เด็กคนหนึ่งไม่ได้”
ทีมงานอยากจะโต้กลับ แต่คิดไปคิดมา กลับคร้านจะเถียง
จริง ๆ หลีเสี่ยวหยาเก่งกว่าพวกผู้ใหญ่ทั้งกลุ่ม
เพราะงั้นที่บ้านถึงขาดหลีเสี่ยวหยาไม่ได้
“เดี๋ยวก่อน หลีเสี่ยวหยายังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย” เชิ่งอวี้เซียวน้ำเสียงอ่อนลงในที่สุด ยังไงก็ตามเขาคิดว่าแผลใกล้หายแล้ว อีกไม่นานก็จะหวนคืนบัลลังก์ และถีบฉินสุ้ยหลุดจากตำแหน่ง
ทุกคนรอให้หลีเสี่ยวหยาแปรงฟันล้างหน้าเสร็จ แล้วก็ต้องรอให้คุณชายเชิ่งเกิดอารมณ์ดี อยากจะถักหางม้าให้หลีเสี่ยวหยา
“เบี้ยวนิดหน่อย” เชิ่งอวี้เซียวเก็บมือด้วยความไม่ค่อยพอใจ
“แต่เวลาจริง ๆ ไม่เช้าแล้วนะครับ...” ทีมงานเอ่ยอย่างร้อนรน
“ช่างเถอะ ไปได้” เชิ่งอวี้เซียวทิ้งหวี คิ้วและแววตาที่เคยดุดันคลี่คลายลง เผยรอยยิ้มให้หลีเสี่ยวหยา “รอฉันกลับมานะ”
หลีเสี่ยวหยาพยักหน้า แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องผู้ป่วย
ฉินสุ้ยคอยอยู่ที่ทางเดินอยู่แล้ว ทีมงานกำลังบอกเขาว่า “ขอบคุณนะครับ ขอบคุณคุณชายฉินที่เข้าใจ”
ถ้าฉินสุ้ยบุกเข้าไปพาตัวหลีเสี่ยวหยาออกมา มีหวังคงได้ปลุกนิสัยขัดขืนของเชิ่งอวี้เซียวขึ้นมาแน่
