“ทำไมเงียบกันไปหมดล่ะ? ญาติทางแม่ของเธอมาตามหาเธอ ไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?” สวี่หรูอิงถามด้วยความสงสัย ทำลายบรรยากาศอันหนักอึ้งในชั่วพริบตา
คนส่งข่าวเองก็ผงกหัวรัว ๆ “ใช่แล้ว ใช่แล้ว เรื่องดีนะครับ คนมาส่งข่าวก็ยังได้เงินเลย”
สวี่หรูอิงไม่รู้ถึงพล็อตเรื่องที่ซ่อนอยู่ ยังยิ้มถามว่า “หลีเสี่ยวหยา ครอบครัวทางแม่ของเธอรวยขนาดนี้เลยเหรอ?”
หลีเสี่ยวหยาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าแล้ว พูดเสียงเบาว่า “หนูไม่รู้ … หนูไม่เคยเห็นพวกเขาเลย”
สวี่หรูอิงตกใจ คิดจะถามว่าแม่ของเธอคงไม่ได้หนีตามกันไปหรอกนะ? แต่ยังไงสวี่หรูอิงก็มาจากครอบครัวนักปราชญ์ รู้ว่าการคาดเดานี้ไม่เหมาะจะพูดออกมา จึงกลืนมันกลับลงคอไป
“หลายปีไม่เจอ จู่ ๆ ก็มาตามหาเธอ อาจไม่ใช่เรื่องดีก็ได้” สวี่หรูอิงวิเคราะห์
คนส่งข่าวร้อนรน “จะเป็นไปได้ยังไงครับ? ต้องเป็นเรื่องดีสิครับ! ใส่สูท รองเท้าหนัง แถมยังแจกบุหรี่ แจกเงินให้พวกเรา จะบอกว่าเขาเป็นคนไม่ดีได้ยังไง?”
สวี่หรูอิงพูดไม่ออก
เชิ่งอวี้เซียวคิดว่าคนคนนั้นอาจเป็นคนที่สวี่จี้ส่งมา จึงแทรกขึ้นว่า “ไปเถอะ ไปดูกัน”
แต่คราวนี้หลีเสี่ยวหยากลับพูดขึ้นเอง ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หนูจะไปโรงเรียนก่อน หลังเลิกเรียนเดี๋ยวหนูไปหาเขา”
คนส่งข่าวร้อนใจจนตบขาตัวเองป้าบ “ยังจะไปเรียนอะไรอีก? ดูปราดเดียวก็รู้ว่าญาติพวกนั้นของเธอรวย! ดูดีกว่าหลีหงกวางตั้งเยอะ ได้ยินว่าบริษัทหลีหงกวางก็เจ๊งแล้ว…”
“แล้วทำไมครอบครัวของแม่เพิ่งมาตามหาตอนนี้ล่ะ?” หลีเสี่ยวหยาถามกลับเบา ๆ
คนส่งข่าวแทบไม่ได้เรียนหนังสือ ถูกย้อนถามจนอึ้งไป
“แล้วทำไมเขาไม่ตรงมาที่นี่ล่ะ?” หลีเสี่ยวหยาถามอีก
คนส่งข่าวพูดไม่ออก แต่ไม่นานก็แย้งว่า “พวกเขามาจากในเมืองใหญ่ ก้นหนักจมดินน่าจะให้พวกเราไปหาเขามากกว่า ไม่ใช่ให้เขาลงมาหาเด็กอย่างเธอหรอก”
แววผิดหวังฉายผ่านใบหน้าหลีเสี่ยวหยาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงพลันหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่ญาติของแม่”
คนส่งข่าวอึ้งไป “ว่าไงนะ? เป็นไปได้ยังไง? ถ้าไม่ใช่แล้วคนในเมืองใหญ่จะยอมเดินทางมาไกลเพื่อตามหาญาติทำไม?”
