โต้วต้าเหว่ยจ้องมองหลีเสี่ยวหยาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวัง
ส่วนหลีเสี่ยวหยาเองก็ตื่นเต้นสุดขีด เธอเบิกตากว้างจ้องเชิ่งอวี้เซียว “จะมาฟังฉันได้ยังไงกัน?”
เชิ่งอวี้เซียวย้อนถามพร้อมรอยยิ้ม “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”
หลีเสี่ยวหยาบีบนิ้วแน่น ก้มหน้าลงไม่พูดอะไร
ความทรงจำตอนเด็ก ๆ ของเธอเลือนรางไปบ้าง แต่ยังจำได้ราง ๆ ว่าปีหนึ่งแม่เคยพูดกับเธอว่า “เสี่ยวหยา ช่วยแม่เลือกหน่อยนะ”
เธอลืมไปแล้วว่าที่ให้เลือกคืออะไร และตัวเองเลือกอะไรไป แต่จำได้ลาง ๆ ว่าหลังจากนั้นเธอร้องไห้หนักมาก
คงจะเลือกผิด
เป็นตัวเลือกที่ผิดสุด ๆ ไปเลย
หลีเสี่ยวหยาเอ่ยด้วยเสียงอู้อี้ “อย่าฟังฉันเลย ฉันเลือกผิดแน่”
เชิ่งอวี้เซียวสังเกตได้ทันทีว่าเสียงของเธอแฝงไว้ด้วยอาการสะอื้นที่ถูกกดไว้ ในใจเขากระตุกวาบ หรือว่าหล่อนจะถูกขู่?
ไม่ใช่ ๆ
เหมือนจะ… หล่อนเคยมีเงามืดอะไรบางอย่างในลักษณะนี้มาก่อน
เชิ่งอวี้เซียวเม้มปาก ยิ่งแน่วแน่มากขึ้นที่จะให้หลีเสี่ยวหยาเป็นคนเลือก
จริง ๆ แล้วมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่รู้… เมื่ออยู่ต่อหน้าทุนมหาศาล การทำธุรกิจนั้นง่ายขึ้นมาก
เงินทุนหนาวางอยู่ตรงนั้น ต่อยอดกำไรได้สบายมาก เส้นสายทั้งหลายก็จะหลั่งไหลเข้ามาเปิดทางให้
การจะให้เขาขาดทุนนี่สิ ค่อนข้างยาก
แต่สำหรับคนธรรมดา เวลาต้องเลือกอะไร ไม่ว่าจะเลือกอะไร ก็อาจผิดได้หมด
เพราะพื้นฐานของพวกเขาอ่อนแอมาตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่ว่าทำอะไรก็ก้าวไปข้างหน้าได้ยาก
“เธอจะไม่เลือกผิดหรอก เชื่อฉันสิ ลองดูนะ ถ้าเธอไม่เลือก ฉันก็คงต้องปล่อยให้เขาไปแล้วล่ะ” เชิ่งอวี้เซียวกระซิบข้างหูหลีเสี่ยวหยา ปลอบโยน
โต้วต้าเหว่ยอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
ที่ไหนมีปลอบเด็กแบบนี้กัน?
หลีเสี่ยวหยาคิดว่าตัวเองแบกชะตาชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่สิ โรงงานหนึ่งแห่งไว้บนบ่า
โรงงานแห่งหนึ่ง…
