นับแต่นั้นมา คนที่กลัวว่าจะไม่มีอาหารกินที่สุดก็กลายเป็นเว่ยเจิ้นกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้น
คนที่รับงานแบบนี้ย่อมไม่กลัวตายอยู่แล้ว
แต่พวกเขากลัวถูกคนอื่นใช้หินลับคมเฉือนเนื้อออกมาทีละชิ้น ขณะมองผู้โดยสารกินเนื้อของตัวเอง แล้วตายไปท่ามกลางความเจ็บปวดและอาการอักเสบ
ชิวหลานคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะห้ามจางรั่วสุ่ยว่า “อย่าให้พวกเขากินเนื้อคนเลย กินเข้าไปแล้ว ต่อให้ได้รับการช่วยเหลือออกไปได้ ก็เสี่ยงเป็นโรคทางจิต”
จางรั่วสุ่ยพูดเสียงเบาว่า “ฉันแค่ขู่เจ้าสองคนนั่นเอง”
ชิวหลานหัวเราะ “ทำเอาฉันตกใจหมด”
ในช่วงแรกพวกเขาไม่กล้าไปไกลจากเครื่องบินมากนัก อย่างไรเสียเครื่องบินก็ยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ พวกเขาออกไปหาอาหารตอนกลางวัน แล้วกลับมาพักในเครื่องตอนกลางคืนได้
ลำบากอยู่บ้าง แต่ก็ปลอดภัย
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อย
ทุกคนถึงเพิ่งเริ่มกังวลว่า ต่อจากนี้พวกเขาจะกลายเป็นคนป่าแห่งแอมะซอนไปตลอดหรือเปล่า
“จะมีคนมาช่วยพวกเราจริง ๆ เหรอ”
“พวกเขาจะคิดว่าเราหายไปจากโลกนี้แล้วหรือเปล่า”
“อยากกลับบ้านจัง”
“ต้องมีคนมาช่วยพวกเราแน่” จางรั่วสุ่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงหนักแน่น
ชิวหลานพยักหน้า “ใช่ น้องชายของคุณสวี่ต้องมาช่วยพวกเราแน่”
ในหมู่ผู้โดยสารมีคนอดบ่นเสียงดังไม่ได้ว่า “แล้วพวกเขาจะมาช่วยยังไงล่ะ”
“น้องชายของคุณสวี่เป็นคนใหญ่คนโตอะไรหรือไง”
“เฮ้ อย่าพูดแบบนั้นสิ พ่อแม่ฉันต้องออกตามหาฉันแน่ พวกเขายืนกรานแบบนั้น ตำรวจก็ต้องค้นหาต่อไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม” ยังมีคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่บ้าง
แต่ไม่นานก็มีคนแย้งขึ้นมาอีกว่า
“ยืนกรานแล้วมีประโยชน์อะไร เวลาผ่านไปนานเข้าก็ต้องถูกพักเรื่องไว้ ถ้าโชคดีบนเครื่องบินลำนี้มีญาติของคนใหญ่คนโตอยู่ด้วย เรื่องนี้อาจยังได้รับความสนใจต่อไปก็ได้ แต่ถึงจะเป็นคนใหญ่คนโต สักวันก็ต้องยอมรับว่าญาติของตัวเองตายไปแล้ว...”
“ญาติของคนใหญ่คนโตที่ไหนจะมานั่งเครื่องบินแบบนี้”
สวี่ฮุ่ยซานได้ยินแล้วเริ่มร้อนใจ ไม่รู้จะอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างไรดีว่าน้องชายของเขาเก่งจริง ๆ และมุ่งมั่นมาก เขาต้องตามหาพวกเราต่อไปจนถึงที่สุดแน่!
น้องเขยของเขาก็รวยมากเหมือนกันนะ!
