【เดี๋ยวก่อน ขอจับคีย์เวิร์ดหน่อย พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ จัดแสดง ได้รางวัล…พวกคุณไม่ได้ดูเทรนด์กันเหรอเนี่ย】
【หา? หา? ศิลปินหน้าใหม่ชาวจีนที่โด่งดังจากนิทรรศการ lively คนนั้นคือหนิงเหิงเหรอ?】
【ใช่ ตอนนี้ลองเข้าไปดูทวิตเตอร์สิ ชาวเน็ตต่างประเทศกำลังพูดกันให้แซ่ดว่าสื่อสัมภาษณ์เขาไม่ทัน เพราะเขาบินกลับประเทศกะทันหัน】
【ตรงกันแล้ว ตรงกันแล้ว! นั่นหนิงเหิงชัด ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่เก่งขนาดนี้ได้ล่ะ?】
【คำถามสำคัญที่สุดไม่ใช่หรือไงว่า เขาได้รางวัลของเขาแล้วรีบกลับมาเจอหลีเสี่ยวหยาทำไม?】
【นั่นสิ ทำไมล่ะ? พวกคุณชายบ้านรวยสนิทกับหลีเสี่ยวหยาอะไรกันขนาดนี้แล้วเหรอ???】
คอมเมนต์บนหน้าจอยังคงคาดเดากันต่อไป
แต่สีหน้าของเว่ยหลินตอนนี้แทบจะบิดเบี้ยว
คนพวกนี้ทีละคนสองคน…กำลังขัดขวางไม่ให้เขาพาหลีเสี่ยวหยากลับไปหรือไง?
เว่ยหลินหรี่ตา แล้วแอบเหลือบมองหลีเสี่ยวหยาอย่างแนบเนียน
เธอมีความสามารถอยู่จริง
ที่สำคัญคือเธอเพิ่งอายุเจ็ดขวบ
ที่จริงหลีเสี่ยวหยาก็สงสัยเหมือนกัน เธอเอียงคอเล็กน้อย “ได้รางวัลเหรอ?…พิพิธภัณฑ์ลูฟร์คืออะไร?”
เห็นได้ชัดว่าในกองหนังสือสารพัดที่เธออ่าน ไม่มีเล่มไหนพูดถึงสถานที่แบบนี้
แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะ “ความไม่รู้” ของเธอ
หนิงเหิงขยับเข้ามาใกล้หลีเสี่ยวหยาอย่างกระตือรือร้น “เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส รู้ไหมว่าปกติที่นั่นจัดแสดงผลงานของจิตรกรคนไหนบ้าง?”
หลีเสี่ยวหยาลองเดาชื่อหนึ่ง “แวนโก๊ะ?”
“ใช่! ที่นั่นมีภาพหมอกาเชต์ของแวนโก๊ะ แล้วก็มีภาพโมนาลิซาของดาวินชี…ตอนนี้ในนิทรรศการที่จัดอยู่ในหอศิลป์แห่งนั้น มีผลงานของฉันเพิ่มเข้าไปอีกชิ้นหนึ่งด้วย! เจ๋งไหมล่ะ?”
หลีเสี่ยวหยาพยักหน้าอย่างจริงจัง แล้วพูดว่า “เจ๋งมากเลย”
สวี่ชิวไหลมองภาพตรงหน้าแล้วก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมพวกคุณชายบ้านรวยถึงเข้ากับหลีเสี่ยวหยาได้เป็นพิเศษ
เพราะเธอตั้งใจฟังเวลาพวกเขาพูด…
เธอยังไม่ได้เรียนรู้อคติและการด่วนตัดสินแบบผู้ใหญ่
ไม่ว่าคุณชายบ้านรวยคนไหนจะทำให้คนในครอบครัวปวดหัวแค่ไหน เมื่ออยู่ในสายตาเธอ พวกเขาก็ล้วนเป็นคนดี
