วันนี้ที่บ้านกินซุปเครื่องในแกะที่เหลือจากเมื่อวาน
แกะป่าตัวนั้นหนักกว่าร้อยชั่ง เฉพาะปอดยังหนักตั้งห้าหกชั่ง
อู๋เสวี่ยเหมยรีบกลับบ้านเดิมตั้งแต่เช้าตรู่ ป่านนี้คงถึงตัวอำเภอแล้ว
“พี่ฟาง ได้ยินว่าเมื่อวานเมียเฉินเจียเซิงแท้งลูกหรือ?”
“ข่าวไวเหมือนกันนะ แท้งจริง แต่สุดท้ายแม่ลูกปลอดภัย นับว่าบรรพบุรุษคุ้มครองแล้วล่ะ”
เฉินฟางคีบกระเพาะแกะให้เด็ก ๆ คนละชิ้น แล้วตักซุปให้ลู่เทียนเทียนกับหลินซิ่วซิ่ว
“ขอบคุณค่ะ พ่อ”
“ขอบคุณจ้ะ ปะป๊า”
......
เสียงเด็ก ๆ ดังสลับกันไปมา จนลู่เทียนเทียนกับหลินซิ่วซิ่วทำตัวไม่ถูกไปด้วย
ลู่เทียนเทียนรับชามซุปมา ตัดสินใจรวบรวมความกล้า หลับตาพูดออกไป
“ขอบคุณนะ พี่ฟาง”
ถึงจะเป็นสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานแล้ว แต่ให้พูดอะไรแบบนี้ก็ยังน่าอายอยู่ดี
หลินซิ่วซิ่วกลับสบาย ๆ กว่ามาก ตอนรับชามไป เธอยังยิ้มกว้างให้เฉินฟางอีกด้วย
“พี่ฟางเหนื่อยแย่เลย”
เฉินฟางรู้สึกตัวอ่อนยวบไปหมด
คนเราเกิดมาทั้งที ก็มีชีวิตอยู่เพื่อเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรือไง?
กินมื้อเช้าเสร็จ เฉินฟางก็ไม่ได้คิดจะเข้าป่าหาของป่าต่อในช่วงกลางวัน
เมียของเฉินเจียเซิงเพิ่งคลอดลูก ย่อมปลีกตัวไม่ได้อยู่แล้ว
ส่วนตัวเขาเองก็ชินกับการขึ้นเขาตอนกลางคืนมากกว่า
ถึงอย่างไรเมื่อมีเส้นไหมลึกลับคอยช่วย ทัศนวิสัยก็ไม่ได้ต่างกัน
แถมตอนกลางคืนยังเงียบสงบ ขนของกลับมาก็ไม่ต้องเดินอวดไปทั่วหมู่บ้าน
เมื่อคืนเฉินฟางนอนเต็มอิ่ม กลางวันจึงไม่รู้สึกง่วงเลย
