เหยียนโส่วอีเดินกลับเข้าห้อง พลางทอดถอนใจอยู่นานว่าคนเมืองนี่บริการดีจริง ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“มาแล้ว มาแล้ว หิวจะตายอยู่แล้ว!”
เหยียนโส่วอีผู้ซื่อ ๆ รีบเดินไปเปิดประตู พอเปิดออกก็เห็นพี่สาวคนหนึ่งแต่งตัวเซ็กซี่และยั่วยวนยืนอยู่หน้าประตู ในมือยังถือกล่องใบเล็กมาด้วย
พี่สาวคนนั้นหน้าตาสะสวย แต่งหน้าจัด กลิ่นน้ำหอมราคาถูกโชยออกมาจากตัว แววตาเปี่ยมเสน่ห์แพรวพราว พอเห็นว่าเหยียนโส่วอียังหนุ่มขนาดนี้ เธอก็ยิ้มออกมา ดูเหมือนอารมณ์จะดีขึ้นไม่น้อย
เหยียนโส่วอีไม่กล้าสบตาพี่สาวแสนยั่วยวนคนนี้ จึงก้มหน้าลงอย่างสุภาพบุรุษ ใครจะคิดว่ายิ่งก้มก็ยิ่งเห็นหุบเหวลึกตรงหน้า เหยียนโส่วอีหน้าแดงขึ้นมาทันที
“แหม น้องชาย ดูไม่ออกเลยนะว่าใจร้อนขนาดนี้!”
พี่สาวดันเหยียนโส่วอีเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูตามหลังอย่างคล่องแคล่ว
เหยียนโส่วอีถามอย่างตกใจ “คุณทำอะไรน่ะ? ไม่ใช่ว่าตกลงกันว่าจะกินอาหารจานด่วนเหรอ?”
พี่สาวถอดเสื้อตัวนอก เผยให้เห็นเสื้อสายเดี่ยว แล้วกลอกตาใส่เหยียนโส่วอี “ฉันก็กำลังจะจัดให้ไง!”
เหยียนโส่วอีถึงกับตะลึง อาหารจานด่วนของคนเมืองทำไมถึงไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้เลยนะ!
เห็นพี่สาวเริ่มดึงสายเสื้อ เหยียนโส่วอีก็รีบห้ามเธอ “พี่ เราเข้าใจผิดกันแล้ว!”
พี่สาวหยุดมือ มองเหยียนโส่วอีอย่างสงสัย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ถ้าครบชุดก็หนึ่งพัน”
“...”
เหยียนโส่วอีเอามือปิดหน้าแล้วพูดว่า “พี่ ผมแค่หิว อยากกินข้าวเท่านั้นเอง เถ้าแก่เนี้ยถามผมว่าจะกินอาหารจานด่วนไหม ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าอาหารจานด่วนที่เธอพูดถึงคือ... คือ...”
พี่สาวเพิ่งเข้าใจความหมายของเหยียนโส่วอี
แต่เธอไม่ได้รีบร้อนสวมเสื้อผ้า กลับนั่งไขว่ห้างอยู่ข้างเตียงแล้วจุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง “แต่ฉันมาถึงแล้วนะ ไม่ว่านายจะใช้บริการหรือไม่ ก็ต้องจ่ายเงิน”
