เจียงเข่อฮว่าปีนี้อายุ 26 ปี จบปริญญาโท และทำงานเป็นครูสอนคณิตศาสตร์อยู่ในโรงเรียนมัธยมเอกชนที่ดีที่สุดของเมืองหลิน โรงเรียนแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก อัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหวากับมหาวิทยาลัยปักกิ่งสูงเป็นอันดับสองของทั้งมณฑล
ชุมชนรอบโรงเรียนล้วนมีแต่คนร่ำรวยหรือไม่ก็มีฐานะ การจะซื้อบ้านแถวนี้จึงเป็นเพียงความฝัน เธอเลยเช่าอพาร์ตเมนต์ใกล้โรงเรียนไว้หนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น พื้นที่กว่าสี่สิบตารางเมตร สะอาดเรียบร้อย ค่าเช่าเดือนละ 3,500 หยวน
ตอนอายุ 14 ปี เธอย้ายมาอยู่เมืองหลินกับแม่ สองปีต่อมาแม่แต่งงานใหม่ ตอนนั้นเธอเพิ่งเข้าเรียนมัธยมปลายพอดี จึงพักอยู่ที่โรงเรียน
เธอคิดมาตลอดว่าชีวิตแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แม่มีชีวิตใหม่ ส่วนเธอก็เช่นกัน
พ่อเลี้ยงเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่งในเมืองหลิน ส่วนแม่เมื่อย้ายจากเมืองไห่มายังเมืองหลิน ก็ได้เข้าทำงานเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้ สองปีต่อมา แม่กับพ่อเลี้ยงก็สร้างครอบครัวใหม่ด้วยกัน
เข่อฮว่ามีนิสัยสุขุมมาแต่ไหนแต่ไร เวลาอยู่กับแม่ หลายเรื่องเธอมักเป็นคนตัดสินใจเอง ดังนั้นตอนแม่ถามหยั่งเชิงว่าเธอจะแต่งงานใหม่ได้ไหม เข่อฮว่าก็ยิ้มและอวยพรให้แม่อย่างเต็มใจ
แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนั้นหัวใจเจ็บปวดเพียงใด นับจากนั้นพ่อก็เป็นเพียงพ่อของเธอ ไม่ใช่คนสำคัญของแม่อีกต่อไป ครอบครัวของพวกเขาแตกสลายไปตลอดกาล ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีก
พ่อเลี้ยงของเธอแซ่เจียง เป็นเจียงเดียวกับแม่น้ำลำคลอง แม้จะออกเสียงเหมือนแซ่เจียงของเธอแต่เขียนคนละตัว อย่างน้อยก็ยังดีกว่าแซ่อื่น เวลาพูดถึงกันก็พอจะนับเป็นญาติกันได้
หลังเลิกงาน เข่อฮว่าค่อย ๆ เดินกลับบ้าน พลางคิดว่าจะโทรหาเจียงเทา พี่ชายของเธอ ให้ช่วยสืบข่าวทางเมืองไห่ เธออยากไปพบพ่อและตรวจสอบความจริงในวันนั้น ความคิดนี้ฝังรากอยู่ในใจมานาน 12 ปี จากต้นกล้าเล็ก ๆ เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่เสียดฟ้าแล้ว
เจียงเทาเป็นลูกชายของพ่อเลี้ยง อายุมากกว่าเข่อฮว่า 3 ปี ตั้งแต่เด็กเขาก็ไม่ชอบเรียนหนังสือ ต่อให้พ่อเจียงพยายามมากแค่ไหน สุดท้ายก็สูญเปล่า นี่เป็นเรื่องเศร้าที่สุดของพ่อเจียง เป็นครูสอนคนอื่นได้ แต่สอนลูกตัวเองไม่ได้
“พี่ อยู่ที่ไหนคะ?”
“เข่อฮว่า พี่อยู่ที่คลับ มีธุระอะไรหรือ?”
“เรื่องที่ฝากพี่ช่วยถามข่าวทางเมืองไห่คราวก่อน มีความคืบหน้าบ้างไหมคะ?”
“ตอนนี้ยังไม่มีเลย พี่ฝากเพื่อนหลายคนช่วยถามแล้ว แต่เพื่อนพี่ไม่มีเส้นสายถึงระดับนั้น สืบอะไรไม่ได้เลย”
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพี่”
เข่อฮว่ารู้สึกห่อเหี่ยว กำลังจะวางสาย แต่ก็ได้ยินเจียงเทาพูดขึ้นว่า “มีคนหนึ่งที่อาจรู้เรื่องอยู่ แต่พี่พูดกับเขาไม่ถึงหรอก เขาเป็นแขกของเจ้าของคลับเรา”
ความหวังพลันลุกโชนขึ้นในใจเข่อฮว่าอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นขอให้เจ้าของคลับช่วยได้ไหมคะ?”
“เข่อฮว่า เธอก็รู้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนในแวดวงธุรกิจ ส่วนใหญ่คบกันเพราะผลประโยชน์ พี่ไม่แน่ใจว่าเจ้าของคลับจะยอมช่วยไหม คงได้แต่ลองถามดู แต่วันนี้คนนั้นอยู่ที่คลับเรา ถ้าเขายอมช่วย ไม่นานก็คงรู้ผล”
“งั้นฉันรอฟังข่าวจากพี่นะคะ?”
“ได้”
เข่อฮว่ากลับถึงบ้าน นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมโทรศัพท์ในมือ ไม่มีแก่ใจแม้แต่จะทำอาหาร เดือนหน้าเป็นวันเกิดพ่อ เธอหวังว่าก่อนถึงวันนั้นพ่อลูกจะได้พบกัน
เธอไม่รู้ว่าพี่ชายจะหาคนช่วยได้หรือไม่ แต่ฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้ว ความหวังคงริบหรี่เต็มที
เข่อฮว่าอดนึกถึงวัยเด็กไม่ได้ ตอนนั้นเธออยู่กับพ่อแม่ที่เมืองไห่ แม่เป็นครูมัธยม ส่วนพ่อเปิดบริษัทก่อสร้าง ต่อมาบริษัทของพ่อขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนเธออายุ 10 ปี พ่อก็กลายเป็นนักธุรกิจเอกชนแถวหน้าของเมืองไห่แล้ว
กาลเวลาผ่านไปช่างรวดเร็ว เผลอแวบเดียวก็ผ่านมาหลายปี ราวกับทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เธอไม่กล้าคิดต่อถึงเรื่องราวหลังจากนั้น มันเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาหลายปี ไม่เคยเลือนหายไป
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แทนที่จะนั่งรออยู่บ้านอย่างนี้ สู้ไปหาพี่ชายที่คลับแล้วปรึกษากันอีกครั้งดีกว่า เผื่อจะมีวิธีอื่น
เข่อฮว่าสวมเสื้อโค้ต เดินออกจากบ้านพลางเรียกรถผ่านแอปในโทรศัพท์
จากที่พักของเธอไปคลับที่พี่ชายทำงานอยู่ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ครั้งสุดท้ายที่เข่อฮว่ามาที่คลับเพื่อหาเขาก็คือเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเธอเพิ่งเรียนจบปริญญาโท สิ่งแรกที่ทำหลังกลับมาเมืองหลินคือมาหาพี่ชาย ขอให้เขาเลี้ยงข้าว
เข่อฮว่าเดินเข้าไปในคลับ อาคารห้าชั้นที่ตั้งแยกเป็นหลังเดี่ยว โถงชั้นหนึ่งตกแต่งอย่างหรูหราและสง่างาม กระเบื้องทุกแผ่น รวมถึงของประดับทุกชิ้นล้วนจัดวางได้อย่างพอเหมาะพอดี
กลางโถงยังมีเปียโนตั้งอยู่ เธอเดินผ่านเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเปียโนเบสเซนดอร์เฟอร์ ราชาแห่งเปียโน
เธอเกรงว่าเจียงเทากำลังยุ่ง จึงไม่ได้โทรหาเขาโดยตรง
เมื่อเดินไปถึงเคาน์เตอร์ต้อนรับ เธอก็ถามพนักงานสาวสวยในชุดกี่เพ้าว่า “สวัสดีค่ะ ขอถามหน่อยว่าเจียงเทาอยู่ที่ไหนคะ?”
“อยู่ชั้นบนค่ะ แต่ตอนนี้เขายุ่งมาก”
“ถ้าอย่างนั้นฉันนั่งรอเขาที่โซฟาสักครู่นะคะ ขอบคุณค่ะ”
เธอนั่งลงแล้วส่งข้อความหาเจียงเทา บอกว่ามาถึงคลับแล้ว ให้เขามาหาเมื่อว่าง
ไม่กี่นาทีต่อมา เจียงเทาก็ออกมาจากลิฟต์ พอเห็นเข่อฮว่านั่งอยู่บนโซฟา เขาก็รีบเดินเข้ามาหา
“เข่อฮว่า มาที่นี่ได้ยังไง?”
“พี่ ฉันแวะมาหาน่ะค่ะ อยากปรึกษาเรื่องวิธีอื่นกับพี่ด้วย”
“พี่ถามเจ้าของคลับแล้ว เขาบอกว่าช่วยไม่ได้ คนคนนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่อยากไปหาเรื่องเขา”
“รู้ไหมคะว่าเขาเป็นใคร?”
“พี่ก็ไม่รู้รายละเอียด รู้แค่ว่ามีเส้นสายทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจ”
เข่อฮว่าพยักหน้า คนแบบนี้เข้าถึงยากจริง ๆ อีกอย่าง เขาจะมีเหตุผลอะไรให้ช่วยสืบเรื่องของนักโทษคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกันด้วย?
เข่อฮว่ากลบความผิดหวัง ก่อนยิ้มให้เจียงเทา “พี่ไปทำงานเถอะค่ะ ฉันกลับก่อนนะ”
เจียงเทามองคิ้วเรียวโค้งของเข่อฮว่า แล้วพลันนึกถึงปีแรกที่ได้พบเธอ ตอนนั้นเขาไม่ยอมเรียนซ้ำชั้นมัธยมปลายปีสุดท้าย พ่อจึงถือไม้แขวนเสื้อไล่ตี แต่เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้กลับยืนขวางอยู่ตรงหน้า บอกว่าคนเรามีความมุ่งหมายของตัวเอง อย่าบังคับกันเลย
“เข่อฮว่า รอก่อน”
เจียงเทากำลังจะโทรหาเจ้าของคลับอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันกดโทรออก ก็เห็นเจ้าของคลับเดินออกมาจากลิฟต์พอดี
เจ้าของคลับอายุราว 40 กว่า รูปร่างค่อนข้างท้วม
เจียงเทารีบเดินเข้าไปหา “เถ้าแก่ครับ เรื่องที่ผมเคยเรียนปรึกษาไว้ก่อนหน้านี้ พอจะช่วยหาทางให้ได้ไหมครับ?”
เจ้าของคลับไม่ได้มองเจียงเทา กลับหันสายตาไปทางเข่อฮว่า
“นี่น้องสาวเธอหรือ?”
“ครับ”
เข่อฮว่าพยักหน้าให้เจ้าของคลับ “สวัสดีค่ะ”
เจ้าของคลับกวาดตามองรูปร่างของเข่อฮว่าอย่างละเอียดอีกครั้ง “ใช่ว่าจะไม่มีทางเลย”
เข่อฮว่าเข้าใจเจตนาของเจ้าของคลับดี แต่ก็ยังถามอย่างไม่รีบร้อนว่า “เป็นวิธีไหนคะ เชิญบอกได้เลยค่ะ”
“แขกคนนั้นของเรามีความสามารถมาก แต่ก็มีเรื่องจุกจิกไม่น้อยเหมือนกัน อยู่ที่ว่าเธอจะจัดการเขาได้หรือเปล่า”
“ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ” เข่อฮว่าตอบอย่างสุภาพ
“เทา ไปเอาไวน์แดงมาขวดหนึ่ง ให้เธอเอาเข้าไปส่ง ลองเสี่ยงดวงดู ค่าเหล้าฉันออกเอง อย่าหาว่าฉันไม่ช่วยก็แล้วกัน”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ไม่เปิดโอกาสให้เจียงเทากับเข่อฮว่าได้พูดอะไรต่อ จะทำหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง
เจียงเทาหันมามองน้องสาว “เข่อฮว่า กลับไปเถอะ พวกนั้นไม่ควรไปยุ่งด้วย”
เข่อฮว่ายืนนิ่งอยู่กับที่ ก้มมองเสื้อผ้าบนตัว “พี่ว่า วันนี้ฉันสวยไหมคะ?”
เจียงเทายังไม่ทันตั้งตัว ก่อนพยักหน้า “สวยสิ เธอสวยมาตลอดอยู่แล้ว”
เข่อฮว่าเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยว่า “พี่ ช่วยไปเอาไวน์มาขวดหนึ่งนะคะ เอาแบบที่เจ้าของคลับของพี่เห็นว่าเหมาะจะมอบให้คนอื่น”
