ฉวีเหลียนอิงกะเวลาไว้แล้ว คืนนี้น่าจะเป็นคืนเปิดบาร์มินท์ และก็มาถึงฉากที่ฝานเซิ่งเหมยปากแข็งปฏิเสธความช่วยเหลือจากฉวีเสี่ยวเซียนพอดี แต่เขาไม่เคยสนใจสถานที่อย่างบาร์อยู่แล้ว ฉวีเสี่ยวเซียนกับเหยาปินจึงไม่ได้เรียกเขาไปด้วย
เขาไม่ได้สนใจฝานเซิ่งเหมย และก็ไม่ได้มีอคติอะไรกับเธอ จึงไม่คิดอยากไปเป็นพยานให้ฉากนี้ ปล่อยให้ตัวเองอ่านหนังสืออยู่บ้านตามลำพัง แต่พอสามทุ่มครึ่งผ่านไปได้ไม่นาน ฉวีเสี่ยวเซียนก็โทรมาหาฉวีเหลียนอิง
“ฮัลโหล มีอะไรเหรอครับพี่”
ปลายสายมีเสียงเพลงดังอึกทึก ฉวีเหลียนอิงเผลอเอามือถือออกห่างหู ก่อนเสียงของฉวีเสี่ยวเซียนจะดังแทรกเข้ามา
“พี่ดื่มแล้ว ขับรถไม่ได้ มารับพี่ที่บาร์มินท์หน่อย”
ฉวีเหลียนอิงไม่อยากไปอยู่แล้ว จึงตอบส่ง ๆ ว่า “แล้วเหยาปินล่ะครับ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็เรียกคนขับรถสิ”
“เหยาปินก็ดื่มเหมือนกัน บอกให้มาก็มาเถอะ! เร็วเข้า!”
ฉวีเหลียนอิงหมดทางเลือก ได้แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถไปที่บาร์
พอไปรับฉวีเสี่ยวเซียนที่หน้าทางเข้า ทักทายเหยาปินพอเป็นพิธีแล้ว ฉวีเหลียนอิงก็ขับรถออกไปทันที
“เหลียนอิง นายยังจำพี่สาวคนโตในบรรดาสามคนที่แชร์ห้องอยู่ข้างบ้านเรา ห้อง 2202 ได้ไหม”
ฉวีเหลียนอิงพยักหน้าแล้วถามว่า “จำได้สิ มีอะไรเหรอครับ”
“เป็นผู้หญิงเกาะผู้ชายกินน่ะสิ ให้ตายเถอะ โมโหจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”
ฉวีเหลียนอิงหัวเราะ “อะไรของพี่ เขาทำอะไรพี่ ถึงได้กลายเป็นผู้หญิงเกาะผู้ชายกินไปได้”
ฉวีเสี่ยวเซียนเอนหลังพิงเบาะแล้วพูดว่า “บ่ายนี้ตอนฉันออกจากบ้าน กำลังจะมาบาร์มินท์ ก็เห็นเธอสอนชิวอิ๋งอิ๋งเพื่อนร่วมห้องให้เลือกจับผู้ชาย บอกว่าคืนนี้จะมาบาร์มินท์เพื่อเลือกผู้ชาย ยังดีที่นายไม่ชอบผู้หญิงประเภทชอบอวดร่ำอวดรวยมาตั้งแต่เด็ก ไม่งั้นเธอคงหาทางมาเกาะนายแน่”
