แม่ฉวีหน้าตื่นตระหนก ถามขึ้นว่า “เสี่ยวเซียน แกไม่ได้บอกว่าเงินซื้อบ้านกับตกแต่งน่ะหาเองเหรอ นี่มันเรื่องอะไรฟะ”
ฉวีเสี่ยวเซียนหน้างุดยิด ตาขาวโพลนแล้วพูดว่า “อันนี้น่ะหลอกผู้ชายในบ้านเราได้แหละ จริง ๆ ก็ทำไว้ให้พ่อฟังต่างหาก ไม่งั้นพ่อจะวางใจยกบริษัทให้ฉันเหรอ ตอนนี้ฉันกับฉวีเหลียนอิงเป็นหนุ่มสาวขยันขันแข็งทั้งคู่ ห้ามปลุกเผยเด็ดขาด”
แม่ฉวีหยิบบัตรเครดิตรองออกมายื่นให้ฉวีเหลียนอิงตรง ๆ แต่ฉวีเหลียนอิงไม่รับ พูดว่า “ให้พี่สาวฉันดีกว่า เขาทำธุรกิจใช้เงินเยอะ ให้เขาโอนเงินซื้อบ้านกับค่าตกแต่งคืนมาก็พอ”
แม่ฉวียัดบัตรใส่อกลูกสาว เดินขึ้นแล้วบอกว่า “เหลียนอิง ลงไปส่งแม่หน่อย”
ฉวีเหลียนอิงท่าทางฟ้อนเฟี้ยว พูดด้วยน้ำเสียงงิ้วว่า “ข้อยรับอาสา”
ฉวีเหลียนอิงกับแม่ฉวียืนรอลิฟต์ พอประตูเปิดออกก็มีสาวสวยแต่งหน้าจัด ตัวสูงเพรียว ใส่กระโปรงแดง ฉูดฉาดสุด ๆ ออกมา ทั้งสองขึ้นลิฟต์ไป แม่ฉวีกระซิบว่า “ผู้หญิงคนนี้ดูไม่เรียบร้อยเลย แกห้ามหาแบบนี้นะ”
ฉวีเหลียนอิงรู้ดีว่านี่คือฝานเซิ่งเหมย เขาหัวเราะว่า “ผมก็ไม่ค่อยชอบสายนี้อยู่แล้ว ไปเถอะครับ ผมส่งคุณแม่กลับบ้าน ไม่เห็นคุณแม่กับพ่อถึงบ้านแล้วผมไม่วางใจ”
ฝานเซิ่งเหมยเปิดประตูเดินเข้าห้องไป ชิวอิ๋งอิ๋งวิ่งออกมาอย่างตื่นเต้น หน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้ ถามว่า “พี่ฝาน ดูท่าจะมีลุ้นนะเนี่ย”
ฝานเซิ่งเหมยผลักประตูไปพลาง หน้าเหนื่อยล้าตอบว่า “ไม่มีลุ้นอะไรเลย อ้างว่าเป็นคนเก่ง แท้จริงก็แค่ข้าราชการชั้นจุ๋ม อีกอย่างเรื่องเยอะสุด ๆ หนาหนังมาบอกฉันว่าอะไรนะ ขอช่วยกันผ่อนบ้านไหม สมองทะลุแล้วมั้ง”
ฝานเซิ่งเหมยตาเบะใส่ แต่ชิวอิ๋งอิ๋งยังสายตาเปล่งประกายถามต่อว่า “ก็…ก็ถ้าเป็นหุ้นตัวร้ายที่กำลังจะขึ้นล่ะ”
ฝานเซิ่งเหมยโยนกระเป๋าลงโซฟา พูดอย่างรังเกียจว่า “เกือบสี่สิบแล้วยังจะเรียกหุ้นตัวร้ายอีกเหรอ ถ้าเป็นก็ซ่อนลึกจริง ๆ ใครมีตาขอซื้อไปเลยดีกว่า รับรองราคาชนเพดานแน่”
ชิวอิ๋งอิ๋งงง ๆ ซบไหล่ฝานเซิ่งเหมย ถามต่อว่า “หล่อไหม”
ฝานเซิ่งเหมยหัวเราะคิก หันมาบอกว่า “หล่อ หล่อมาก สูงแปดสิบกว่าเซน ความสูงเอวขึ้นไปเต็มไปด้วยขา”
ชิวอิ๋งอิ๋งหน้าเลอะเทอะยิ้มแป้นว่า “ฮิ ๆ ฉันชอบ”
ฝานเซิ่งเหมยหยุดง่ามือ ชี้หน้าชิวอิ๋งอิ๋งแล้วสั่งสอนว่า “หล่อแล้วได้ไร น้องสาวคนดี กินเป็นข้าวได้ไหม ใช้เป็นเงินได้ไหม หลอกเด็กสาวแบบแกเท่านั้นแหละ ถ้าแต่งเข้าจริง ๆ น่ะ เท่ากับฆ่าตัวตาย พี่เสียวัยเยาว์มาเท่าไรกับหนุ่ม ๆ หุ่นดีแต่โชว์แบบนี้ ผู้ชายดี ๆ เขาซ่อนเล่นกับพี่อยู่ก็หรอก”
ชิวอิ๋งอิ๋งถูกฝานเซิ่งเหมยดันออกจากห้อง เพราะพี่ฝานจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ชิวอิ๋งอิ๋งเลยไปถามกวนจวเอ๋อร์ว่า “กวนกวน แกกล้าไปดูตัวมั้ย ฉันไม่กล้าเลย ถ้าให้ฉันนั่งกับผู้ชายแปลกหน้าคนเดียวน่ะ เขินจะแย่แน่”
กวนจวเอ๋อร์พิมพ์งานไปพลางตอบว่า “ไม่รู้สิ ตอนนี้ฉันเอาหัวจมกับงานอย่างเดียว ถ้าปลายปีประเมินผลแล้วไม่ได้อยู่ต่อก็จบแน่”
ฝานเซิ่งเหมยแต่งตัวเสร็จเดินออกมา หน้าเซ็ง ๆ พูดว่า “กวนกวน ตัวหนอน แก ๆ ว่าฉันควรลดเกณฑ์ลงหน่อยมั้ย อย่างเช่น รถมือสองหนึ่งคัน บ้านธรรมดาหนึ่งหลัง แบบห้องสองนอนห้องข้าง ๆ เราน่ะ”
ชิวอิ๋งอิ๋งวิ่งมาอย่างตื่นเต้น พูดว่า “2203 น่ะไม่ได้แน่ อย่างแรกเลย เพศไม่ผ่านเลย”
ฝานเซิ่งเหมยตกใจ “ผู้หญิงเหรอ”
ชิวอิ๋งอิ๋งพยักหน้า พูดต่อว่า “ใช่ แถมเป็นสาวสวยรวยเต็มขั้นอีก แต่เขามีน้องชาย อยู่ชั้นบนห้อง 2303”
ฝานเซิ่งเหมยนึกถึงแม่ลูกคู่ที่เพิ่งเจอในทางเดิน เข้าใจอะไรได้ทันที ถามต่อว่า “ตัวสูง ๆ หน้าตาดีคนนั้นเหรอ เพิ่งขึ้นลิฟต์ไปเจอมาเลย”
ชิวอิ๋งอิ๋งพยักหน้ารัว ๆ พูดว่า “ใช่ ใช่ ใช่ คืนนี้เพิ่งมาส่งพี่สาวย้ายมา เขาฟังดูรวยมาก พ่อบังคับให้ทั้งสองไปอยู่ที่อื่น รังเกียจคอนโดเรา”
ฝานเซิ่งเหมยใจสั่นนิดหนึ่ง สิ่งที่เธอไล่ตามมาครึ่งชีวิตคือผู้ชายฐานะดี ที่ให้ทะเบียนเซี่ยงไฮ้กับเธอได้ เท่านี้เห็นทีเพื่อนบ้านย้ายมาใหม่คนนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่คิดต่อก็ส่ายหัว ฐานะเขาดีขนาดนี้ จะมาเหลียวดูสาวสามสิบไม่มีคู่แบบเธอได้ยังไง
คุยกันมาได้ไม่กี่ประโยค เสียงเพลงก็ดังกระหึ่มมาจากห้องข้าง ๆ ใช่แล้ว หลังพ่อแม่ไป ฉวีเสี่ยวเซียนสุดท้ายก็ได้จังหวะชวนเพื่อน ๆ มา ปาร์ตี้ฉลองการกลับมาของเธอสั่นหัวทั้งสามสาวของห้อง 2202 ที่กำลังยุ่งอยู่กับงานของตัวเอง
“อะไรนะเนี่ย”
“มันเป็นเรื่องอะไรฟะ”
ฝานเซิ่งเหมยกับกวนจวเอ๋อร์ถามพร้อมกัน ชิวอิ๋งอิ๋งวิ่งไปที่ประตูไปพลางพูดว่า “ฉันไปดูแล้วกัน”
เปิดประตูออก ชิวอิ๋งอิ๋งเจอพอดีกับเหยาปินที่กำลังรับของสั่งเดลิเวอรี เขาหันกลับเข้าไปบอกเพื่อนสองคนว่า “ห้อง 2203 เขาทำปาร์ตี้กัน”
ในห้อง 2203 เหยาปินกำลังอวดความดีความชอบกับฉวีเสี่ยวเซียนว่า “อย่ามองว่าคอนโดนี้โอเคไม่ค่อยจะสิ ฉันตกแต่งให้แกนะเหนื่อยมาก ไฟกับม่านทั้งคู่สั่งทำเป็นเซ็ตเดียวกันให้แกเลย”
“ขอบคุณนะ”
ได้ยินคำขอบคุณของฉวีเสี่ยวเซียน เหยาปินยิ้มแก้มปริว่า “กับฉันแกอย่าทำเป็นจริงจังเลยน่า”
แล้วเขาหยิบไมค์ขึ้นมาพูดว่า “มา ๆ ทุกคนเข้ามาหน่อย ฉันมีอะไรจะบอก ยกแก้วพร้อมกัน เฉลิมฉลองการกลับจากเมืองนอกของเสี่ยวเซียน ส่วนเหลียนอิงกลับบ้านไปส่งคุณป้าแล้ว แต่เราก็ขอแสดงความยินดีให้เหลียนอิงด้วยที่ประสบความสำเร็จ กลายเป็นคนเก่งที่สุดในพวกเราไปแล้ว”
ทุกคนส่งเสียงเฮฮาพร้อมกัน เหยาปินได้ยินเสียงเคาะประตู นึกว่าเหลียนอิงกลับมา รีบไปเปิดประตู แต่ที่ไหนได้ ข้างนอกคือชิวอิ๋งอิ๋ง
“ฉันอยู่ห้องข้าง ๆ 2202 นะ ขอร้องเบา ๆ หน่อยได้มั้ย”
“หา พูดอะไรนะ ไม่ได้ยิน”
ชิวอิ๋งอิ๋งต้องตะโกนเสียงดังว่า “ฉันบอกว่าฉันอยู่ห้องข้าง ๆ 2202 น่ะ ดึกขนาดนี้ เบา ๆ หน่อยได้มั้ย”
เหยาปินตอบกุ๊ย ๆ แล้วตะโกนเข้าห้องว่า “เบา ๆ หน่อยพวกเรา คนข้างบ้านว่าแล้ว” จากนั้นก็ปิดประตู
ชิวอิ๋งอิ๋งเดินงง ๆ กลับห้องของตัวเอง ส่วนใน 2203 เพื่อนซี้สองคนของฉวีเสี่ยวเซียน หลานหลานกับโข่งโข่ง เดินมาบ่นว่า “เสี่ยวเซียน แกช้าจะตายอยู่แล้ว พวกเรารอจนจะหลับ”
ฉวีเสี่ยวเซียนกินขนมไปพลางตอบอย่างจำใจว่า “ก็พ่อแม่ฉันไง มองบ้านนี้ไม่สบายตายังไงก็ไม่รู้ บ่นโวยวายไปครึ่งโลกก่อนจะยอมไป”
หลานหลานหัวเราะพูดว่า “พ่อแม่แกพูดถูกเหมือนกัน พี่ชายชี้ขาดของแกยังอยู่บ้านวิลล่าเลย ทำไมแกกับเหลียนอิงถึงโดนเนรเทศมาที่นี่”
ฉวีเสี่ยวเซียนตาขาวใส่ พูดว่า “ใครโดนเนรเทศกัน เหลียนอิงทำงานแบบต่ำ ๆ มันก็ดีอยู่แล้ว ส่วนฉัน… เอาล่ะ ทุกคนเงียบหน่อย ฟังฉันพูด เข้ามาเข้ามา อย่างแรกต้องขอบคุณเหยาปินที่ช่วยคุมงานตกแต่งให้ อย่างที่สองขอบคุณทุกคนที่จัดปาร์ตี้ให้ และตอนนี้ฉันขอประกาศอย่างเป็นทางการ”
“ฉวีเสี่ยวเซียนกลับมาแล้ว”
คนในห้องเฮฮากันระเบิด จากนั้นฉวีเสี่ยวเซียนพูดต่อว่า “ทุกคนก็รู้นะว่าฉันกลับมาคราวนี้เพื่อมาแย่งมรดกกับพี่ชายชี้ขาดของฉัน จากนี้ไปใครให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับฉวีเหลียนเจี๋ยได้ ฉันให้รางวัลหมดทุกคน ชนแก้ว”
