หนานจือส่ายหน้า “ไม่มีอะไร แค่นึกขึ้นมาได้เฉย ๆ”
สุดท้ายว่านเสี่ยวซานก็เลือกแค่แก้วน้ำธรรมดาใบหนึ่ง
หนานจือเลิกคิ้ว “เสี่ยวซานเลือกเก่งนะ แก้วใบนี้เป็นผลงานของศิษย์เอกท่านอาจารย์อู๋”
“จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะชิ้นไหน ก็ล้วนเป็นสุดยอดฝีมือในวงการศิลปหัตถกรรมใช่ไหม” ว่านเสี่ยวซานมองของที่เหลือในกล่อง “จือจือ ที่เหลือเธอจะเอาไปไว้หอหมดเลยเหรอ”
“ต้องเอากลับไปให้พ่อกับแม่ฉันสิ” หนานจือมองทีละชิ้น “แล้วก็เลือกอีกสองชิ้นให้พ่อแม่เฝิงซือเหนียน”
เกิ่งเถียนเถียนถอนใจ “จือจือยังรักษามารยาทได้ดีจริง ๆ ทั้งที่เลิกคบกับเฝิงซือเหนียนแล้ว แต่ก็ยังอยากสานสัมพันธ์กับพ่อแม่เขาอีก”
“ตัวเฝิงซือเหนียนมันแย่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันเห็นว่าพ่อแม่เขาไม่ดีนี่” หนานจือหยิบตุ๊กตาดินปั้นเด็กผู้หญิงผมเปียคู่ขึ้นมา “ชิ้นนี้ให้ป้าโจว”
แต่เดิมเฝิงซือเหนียนควรจะมีน้องสาว แต่น้องเสียชีวิตตั้งแต่หนึ่งขวบ โจวหย่าพอได้เจอหนานจือครั้งแรกก็เอ็นดูมาก นับเป็นลูกสาวอีกคนมานานแล้ว
หนานจือคิดว่าเธอคงจะชอบตุ๊กตาดินปั้นตัวนี้
เธอหยิบโคมไฟขึ้นมาอีกชิ้น “คุณลุงเฝิงชอบตื่นกลางดึกบ่อย ๆ โคมไฟลายดอกไม้ใบไม้นี้เหมาะจะให้ท่าน”
หลีจื่อเมิงทุบโต๊ะด้วยความโมโห “เฝิงซือเหนียนนี่ตาบอดจริง ๆ จือจือใส่ใจคนรอบข้างดีขนาดนี้ เขากลับไม่รู้จักรักษา”
ว่านเสี่ยวซานหัวเราะเยาะ “เธอจะไปรู้อะไร แม้แต่ขี้ข้างนอกก็ยังหอมกว่าดอกไม้ที่เห็นอยู่ทุกวันในบ้าน”
