เฝิงซือเหนียนเผลอมองเข้าไปข้างใน แต่หนานอันผิงจงใจขยับมาบังสายตาเขาไว้
เขาจึงได้แต่ถอนสายตากลับมา ก่อนฝืนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ไม่เป็นไรครับคุณลุงหนาน แค่ไม่ได้เจอกันนาน เลยตั้งใจแวะมาเยี่ยมพวกคุณน่ะครับ”
หนานอันผิงตอบอย่างมีมารยาท “ลำบากเธอแล้ว ฉันกับน้าหรงสบายดีทุกอย่าง”
เฝิงซือเหนียนถามหยั่งเชิง “คุณลุงหนาน ที่บ้านมีแขกเหรอครับ?”
หนานอันผิงรู้ว่าเขาหมายถึงเจียงเจ้อ แต่สำหรับเขาแล้ว เจียงเจ้อไม่ใช่แขก หากเป็นว่าที่ลูกเขยที่เขาหมายตาไว้
“ไม่มีแขกหรอก”
เฝิงซือเหนียนถอนหายใจโล่งอก บางทีเจียงเจ้ออาจแค่ขึ้นมาพร้อมพวกเขาพอดี ไม่ได้เข้าไปในบ้านตระกูลหนาน
เขากำลังจะกลับ ก็ได้ยินเสียงหนานจือดังมาจากในบ้าน “เจียงเจ้อ ห้องรับแขกอยู่ตรงข้ามห้องฉันนะ”
เฝิงซือเหนียนตัวสั่นสะท้าน เขาถามเสียงอึกอัก “เจียงเจ้อ…ไม่ได้อยู่ข้างในเหรอครับ?”
หนานอันผิงไม่ได้ตอบคำถามเขาตรง ๆ “ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก เสี่ยวหย่าคงเป็นห่วงแย่”
หนานจือเองก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวตรงประตู แต่พอเห็นเฝิงซือเหนียนก็ไม่ได้เดินเข้าไปหา
ตั้งแต่ได้ยินหนานจือเรียกชื่อเจียงเจ้อ เฝิงซือเหนียนก็รู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับถึงบ้านได้อย่างไร
จนกระทั่งโจวหย่าเรียกเขาด้วยความเป็นห่วง “ซือเหนียน เป็นอะไรไป? ทำไมหน้าซีดแบบนั้น?”
เขาเอ่ยอย่างใจลอย “แม่ครับ หนานจือเหมือนจะชอบคนอื่นจริง ๆ แล้ว”
เธอมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนถอนหายใจอย่างเวทนา “หมายถึงผู้ชายที่อยู่กับเธอตอนกลางวันเหรอ?”