เจียงเจ้อฟังเสียงเคลื่อนไหวจากนอกประตูแล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ
เลยห้าทุ่มมาแล้ว หนานจืออาบน้ำล้างหน้าเสร็จ กำลังจะเข้านอน หนานอันผิงก็มาเคาะประตูห้อง
“เด็กดี นอนหรือยัง?”
“ยังค่ะ มีอะไรหรือเปล่า?”
“พ่อเตรียมนมร้อนให้ ก่อนนอนดื่มสักแก้วนะ”
หนานจือเปิดประตูออกมา พอเห็นบนถาดของหนานอันผิงมีแก้วนมสองใบ ก็เข้าใจทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร
หนานอันผิงยิ้มกริ่ม “เด็กดี พ่อกำลังจะกลับห้องไปนอนแล้ว ช่วยเอาแก้วนี้ไปให้เสี่ยวเจียงหน่อยนะ”
หนานจือแอบบ่นในใจ แค่เอานมไปให้แก้วเดียวใช้เวลาไม่เท่าไรหรอก เขาแค่อยากให้เธอได้ใกล้ชิดกับเจียงเจ้อมากขึ้นเท่านั้น
แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รังเกียจเรื่องแบบนี้ จึงรับถาดมา “ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูเอาไปให้”
หนานอันผิงเดินจากไปอย่างพึงพอใจ
หลังดื่มนมหมด หนานจือก็ถืออีกแก้วไปเคาะห้องฝั่งตรงข้าม
เจียงเจ้อเปิดประตูอย่างรวดเร็ว
คำพูดที่เธอกำลังจะเอ่ยพลันชะงัก เมื่อเห็นเขาสวมเสื้อผ้าเก่าของหนานอันผิง
เสื้อตัวนั้นถูกเก็บก้นหีบไว้นานจนยับเล็กน้อย หนานอันผิงตัวเตี้ยกว่าเจียงเจ้ออยู่แล้ว พอสวมบนตัวเขาจึงดูคับไปนิด ชายแขนเสื้อถูกพับขึ้นหนึ่งทบ เผยให้เห็นท่อนแขน
หนานจือนึกถึงภาพเมื่อครู่ขึ้นมาในทันที
ผิวของเจียงเจ้อขาวซีดเย็นตา ยิ่งตัดกับเสื้อสีขาวก็ยิ่งดูใสกระจ่าง เส้นเลือดใต้ผิวหนังเห็นราง ๆ
เธอนึกถึงตอนที่หลีจื่อเมิงอ่านนิยายวาบหวามแล้วกระซิบบอกอย่างลึกลับว่า ผู้ชายที่มีเสน่ห์เย้ายวน แค่เห็นท่อนแขนก็ทำให้ใจสั่นได้แล้ว