หัวใจของเฝิงซือเหนียนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เมื่อเผชิญกับสายตาจับจ้องของไป๋เวย เขาแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “เวยเวยต้องได้รับเลือกแน่ ส่วนหนานจือ ถ้าประเมินตามความเป็นจริง เธอก็น่าจะได้รับเลือกเหมือนกัน”
ไป๋เวยไม่เห็นความผิดปกติบนสีหน้าเขาแม้แต่น้อย จึงพอใจและเอนซบลงในอ้อมแขน พลางพึมพำว่า “หนานจือเก่งจริง ๆ ตั้งแต่สมัยมัธยมก็โดดเด่นขนาดนี้แล้ว”
เขาตอบไปตามสัญชาตญาณ “ไม่ใช่แค่ตอนมัธยมหรอก ตั้งแต่เด็กเธอก็มุ่งมั่นมากแล้ว”
เฝิงซือเหนียนสังเกตเห็นว่าไป๋เวยตัวแข็งทื่อขึ้นอย่างชัดเจน จึงรีบอธิบาย “เวยเวย ฉันไม่ได้เข้าข้างหนานจือนะ แค่พูดตามความจริง”
เสื้อบริเวณอกเปียกชื้นขึ้นมาในพริบตา
เขาก้มลงมองอย่างร้อนรน เห็นไป๋เวยกำเสื้อของเขาแน่นและร้องไห้เงียบ ๆ
“ซือเหนียน ในใจคุณ ฉันสู้หนานจือไม่ได้ใช่ไหม?”
เฝิงซือเหนียนพลันนึกถึงเย็นวันนั้นในห้องทำงาน ตอนที่เขายืนยันกับโจวหย่าอย่างหนักแน่นว่า หนานจือในใจของเขาสู้ไป๋เวยไม่ได้
ตอนนี้เขาก็ควรคิดเช่นนั้น แต่พอได้ยินไป๋เวยถาม คำพูดกลับติดอยู่ตรงลำคอ
“ไม่ใช่นะ เวยเวย” เฝิงซือเหนียนกอดเธอแน่น “หนานจือสู้เธอไม่ได้มาตลอด ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่เลือกเธอหรอก”
ไป๋เวยกลับไม่รู้สึกดีขึ้น เงยหน้าถามเขา “แล้วตอนนี้ล่ะ คุณเสียใจไหม?”
เขาตอบทันที “ไม่เสียใจ”
ไม่มีทางเสียใจเด็ดขาด
เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า การเลือกไป๋เวยเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
*
“ไป๋เวยสมัครด้วยได้ยังไง?”
ในที่สุดเกิ่งเถียนเถียนก็ทำการบ้านเสร็จ พอได้พักจึงตั้งใจจะดูรายชื่อผู้สมัคร แล้วไล่เปิดดูรายชื่อของแต่ละคณะ