ฟ่านเฉินมองทั้งสองคน ก่อนยกมุมปากขึ้นแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า “คุณคือหลิวปังฮุย ส่วนคุณคือม่านม่าน ใช่ไหม?”
ฟ่านเฉินเป็นหนึ่งในผู้เข้าแดนรกร้างจากประเทศมังกรทั้ง 17 คน
เธอดูถ่ายทอดสดของคนที่มีหมายเลขน้อยกว่าเธอมาหมดแล้ว จึงจำหน้าพวกเขาได้
แต่ใบหน้าของทั้งสองคนตรงหน้าดูแปลกตา น่าจะเป็นผู้เข้าแดนรกร้างทีหลังเธอ
เธอจึงเดาตัวตนของทั้งสองได้อย่างรวดเร็ว
สวีซูหมานยิ้มกว้าง ความเย็นชาที่ปกคลุมกายสลายไปหมด เธอวิ่งเข้ามากอดฟ่านเฉินอย่างกระตือรือร้น
“ฮึ ถ้าเดาไม่ออก ต่อไปก็อย่าหวังว่าจะได้กินปลาอีก”
ทั้งสองเข้าแดนรกร้างมาพร้อมกัน จึงสนิทกันที่สุด
น่าเสียดายที่ในแดนรกร้างส่งข้อความได้อย่างเดียว ทั้งวิดีโอคอลและส่งรูปภาพไม่ได้
ทั้งคู่จึงไม่รู้หน้าตาของอีกฝ่าย
หลิวปังฮุยดูเคร่งขรึมมาก แต่พอพูดกลับฟังดูซื่อ ๆ “ไม่คิดเลยว่าคุณจะเดาได้แม่นขนาดนี้ คนเรียนสูงนี่ฉลาดจริง ๆ”
หลังทักทายฟ่านเฉินแล้ว สวีซูหมานก็มองเด็กน้อยแก้มยุ้ยในชุดสีชมพูที่อยู่อีกด้าน
“เฉียนเฉียน สวัสดี ฉันชื่อสวีซูหมาน เรียกฉันว่าพี่ม่านม่านก็ได้นะ”
เฉียนเฉียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย “สวัสดีค่ะพี่ม่านม่าน พี่ตัวหอมจังเลย”
สวีซูหมานมองเฉียนเฉียน พลางนึกถึงหลานสาวตัวน้อยที่บ้าน ตอนที่เธอถูกเลือก หลานสาวก็อายุเท่านี้เหมือนกัน
“จมูกดีจริง ๆ นี่ของขวัญสำหรับเธอ”
สวีซูหมานหยิบขนมเสวี่ยเม่ยเหนียงโอรีโอออกมา “เมื่อวานโชคดีเปิดได้ เอาให้เธอนะ”
สำหรับผู้เข้าแข่งขันแล้ว แม้ของหวานจะไม่ช่วยให้อิ่มท้อง แต่รสหวานหอมก็เติมความสุขให้ได้ไม่รู้จบ
สวีซูหมานตั้งใจมอบให้เฉียนเฉียนจริง ๆ
หลิวปังฮุยหยิบลูกอมนมถุงหนึ่งออกจากเป้ด้วย “เฉียนเฉียน นี่ของเธอ”
