สวีหลินรอจนขบวนรถของพวกเขาออกไปแล้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะไปตรวจสอบบ้านชู้ของอู๋เฉิงกวัง แล้วตามโจวเสวียเหมย์ไปดูดีกว่า
บางทีสมบัติเล็กน้อยนั่นของอู๋เฉิงกวังอาจถูกพวกเขาขนไปจนหมดแล้วก็ได้
คนกลุ่มนั้นเร่งรีบเดินทางอยู่ครึ่งชั่วโมง ก่อนจะมาถึงบ้านหลังหนึ่งทางเหนือของเมือง ซึ่งอยู่ใกล้ถนน
โจวเสวียเหมย์ให้พวกตัวโตลากสมบัติเข้าไป ส่วนตัวเองอยู่รั้งท้าย
เธอมองตรวจดูรอบทิศทาง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว จึงค่อยเข้าไปในลานบ้าน
หลังจากโจวเสวียเหมย์เข้าไปในลานบ้านได้ไม่นาน สวีหลินก็อ้อมไปยังลานหลังบ้าน ลอบเข้าไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ
สิ่งที่ทำให้สวีหลินประหลาดใจคือ ลานบ้านแห่งนี้สะอาดสะอ้านมาก และไม่พบว่ามีห้องลับหรืออะไรทำนองนั้น
เธอจึงลอบไปยังลานหน้า แล้วพบว่าสมบัติที่พวกตัวโตขนกลับมายังวางอยู่บนรถลาก ยังไม่ได้ขนลงมา
มีเสียงหายใจหลายเสียงดังมาจากห้องปีกตะวันออก สวีหลินคาดว่ามีคนซ่อนอยู่ที่นั่น จึงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น
ห้องนอนอื่น ๆ ตกแต่งเรียบง่าย ไม่ต่างจากบ้านคนทั่วไป สวีหลินไม่พบของมีค่ามากนัก
ในห้องโถง โจวเสวียเหมย์กับพวกนั่งล้อมโต๊ะแปดเซียน บนโต๊ะวางอาหารเลิศรสกับสุราชั้นดีเต็มไปหมด
มือทั้งสองข้างของโจวเสวียเหมย์บาดเจ็บ ใบหน้าก็บวมช้ำและมีรอยแผล ตอนนี้จึงดื่มเหล้าไม่ได้
ชายที่นั่งอยู่ข้างเธอจึงป้อนโจ๊กให้
พวกตัวโตไม่ได้รู้สึกแปลกใจ พวกเขาเข้าใจดีว่ามีแผลตามตัวและใบหน้า ย่อมกินอาหารเนื้อสัตว์ชิ้นโตไม่ได้