ในสายตาของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย สวีหลินเป็นเด็กน่าสงสารที่พ่อไม่รักแม่ไม่เอ็นดู ถูกบีบจนต้องลงไปในชนบทเพื่อหลบภัย
จุ๊ ๆ คนตระกูลฉินนี่สมองมีปัญหาแน่ ๆ
เมื่อเทียบกับความร่วมมือของสวีหลินแล้ว พ่อสวีกับจางเฉียนและคนอื่น ๆ อีกหลายคนเห็นได้ชัดว่าไม่ให้ความร่วมมือ
แต่ไม่เป็นไร หลักฐานที่มีอยู่ก็เพียงพอจะมัดตัวพวกเขาได้ ต่อให้ไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องรับโทษตามกฎหมายอยู่ดี
ที่รีบสอบสวนตั้งแต่ตอนนี้ก็เพราะกลัวว่าจะพลาดข้อมูลสำคัญ
สอบสวนกันจนถึงกลางดึก หวังหมิงเหลียงจึงพาคนบ้านสวีทั้งสี่กับจางเฉียนไปพร้อมกัน ส่วนสวีหลินก็เป็นแค่เด็กน่าสงสารคนหนึ่ง
วันรุ่งขึ้นสวีหลินตื่นสายมาก กว่าจะลุกจากเตียงก็เกือบเที่ยงแล้ว ตอนนั้นข่าวลือในเขตบ้านพักพนักงานก็แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว
ว่ากันไปต่าง ๆ นานา
แม้แต่เสียงปืนกลางดึกที่บ้านสวีก็ยังถูกเล่าขานจนกลายเป็นเรื่องราวชวนพิศวง
สวีหลินยืนฟังอยู่ตรงประตูบ้านครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจไม่ออกไปไหน เพราะหน้าปากซอยมีป้า ๆ น้า ๆ มายืนขวางกันอยู่เต็มไปหมด
ถ้าเธอออกไป คงถูกพวกเขาดึงตัวไว้ซักถามไม่หยุด สู้เย็บผ้าห่มกับตัดเสื้อผ้าอยู่ในบ้านดีกว่า
น่าเสียดายแผนเที่ยวของเธอ อีกแค่ห้าวันก็ต้องลงไปในชนบทแล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสออกไปเที่ยวชมรอบ ๆ เลย
ที่สำนักงานบังคับคดี พ่อฝ่ายฉินกับแม่ฝ่ายฉินนั่งให้ปากคำอยู่ในห้องสอบสวน พอรู้ว่าฉินฟางเป็นลูกสาวของสายลับ สีหน้าของทั้งคู่ก็ย่ำแย่สุด ๆ
เพิ่งตัดขาดกับลูกแท้ ๆ ไปหมาด ๆ ก็มีข่าวออกมาว่าลูกที่เลี้ยงดูมาเป็นลูกสาวของสายลับ แบบนี้พวกเขาจะเผชิญหน้ากับสายตาคนอื่นได้อย่างไร
