หนังสือยกเลิกสายสัมพันธ์เวียนอยู่ในมือของคนบ้านสวีรอบหนึ่ง บนนั้นมีชื่อเพิ่มขึ้นอีกห้าชื่อ และสุดท้ายก็ตกมาอยู่ในมือสวีหลิน
เธอหยิบฉบับหนึ่งโยนให้พ่อสวี ส่วนอีกสองฉบับเก็บใส่กระเป๋า ความจริงแล้วโยนเข้าไปในสเปซ
จากนั้นสวีหลินก็พูดเสียงเรียบว่า “พวกคุณสลับชีวิตของฉัน แถมยังทรมานฉันมาสิบหกปี ตอนนี้ฉันเรียกค่าเยียวยาห้าพันหยวน
ไม่มากเกินไปใช่ไหม?”
“ห้า!” สวีหนวนเพิ่งร้องเสียงแหลมออกมาได้คำเดียว ก็ถูกสายตาคมกริบของสวีหลินข่มจนต้องกลืนคำที่เหลือลงคอ
ข่มสวีหนวนได้ แต่ข่มคุณยายสวีกับแม่สวีไม่ได้ ทั้งสองคนร้องเสียงแหลมว่า “ห้าพันหยวน ทำไมไม่ไปปล้นเสียเลยล่ะ!”
“ฉันเรียกเงินด้วยความสามารถของตัวเองได้ แล้วทำไมต้องไปปล้น?” สวีหลินเชิดคาง เบ้ปากโต้กลับอย่างดูแคลน
“พวกคุณรีบเตรียมเงินให้พร้อม ตั้งแต่นี้ไป ถ้าชดใช้ช้าไปหนึ่งวัน ฉันก็จะซ้อมพวกคุณวันละแปดรอบ
พวกคุณก็ลองคิดดูเองแล้วกันว่าจะทนไหวอีกกี่วัน”
พูดจบสวีหลินก็ยกชามขึ้นมากินข้าว วิ่งไปวิ่งมาตั้งครึ่งวัน เธอก็หิวแล้ว แม้อาหารจะรสชาติไม่ค่อยได้เรื่อง แต่อย่างไรก็ดีกว่าปล่อยให้ท้องว่าง
พฤติกรรมอวดดีของเธอทำให้คนบ้านสวีทั้งห้าคนโกรธจนหน้าเขียว โดยเฉพาะพ่อสวี เขารู้ดีว่าของในบ้านถูกขโมยไปหมดแล้ว
เหลือเงินติดบ้านไว้แค่พอใช้จ่ายในแต่ละวัน จะให้เขาไปหาเงินห้าพันหยวนมาจากไหน?
นังตัวแสบนี่คิดจะบีบให้เขาตายหรืออย่างไร!
ฮึ นังตัวแสบประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว คอยดูเถอะ เขาจะทำให้นังตัวแสบนี่ได้เห็นดีกันแน่
พ่อสวีด่าทอในใจไม่หยุด ความอัดอั้นในอกถึงค่อยบรรเทาลงเล็กน้อย เขาสบายใจขึ้นแล้ว แต่คุณยายสวีกลับไม่สบายใจเลย
