ม่อเสี่ยวซีหันไปมองผู้มาใหม่ เห็นชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ค่ายพัก
คนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังค้างคาว บินตรงขึ้นไปเหนือค่ายพัก ชี้ไปยังโครงกระดูกสัตว์อสูรกายสองตัวในลานที่ยังไม่ได้เก็บกวาด แล้วตะโกนเสียงดังว่า “อยู่ที่นี่ สัตว์อสูรกายของพวกเรา...”
ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้ว
ถ้ารู้แต่แรก นางคงไม่ลากสัตว์อสูรกายสองตัวนั้นเข้ามาในลาน ตอนนี้ดีนัก ปัญหามาถึงหน้าประตูแล้ว
“พวกเจ้าฆ่าสามีข้าหรือ? ข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้ด้วยชีวิต!” หญิงคนหนึ่งกรีดร้อง ก่อนจะรวบรวมพลังจิตกลายเป็นงูเหลือมยักษ์ พุ่งตรงเข้าใส่ม่อชางไห่กับคนอื่น ๆ ที่อยู่บนกำแพงสูง
ม่อเสี่ยวซีช่วยไม่ทัน เห็นท่านลุงกับน้องชายกำลังจะถูกงูยักษ์กลืนลงท้อง ดวงตาของนางเบิกกว้างแทบถลน
หาเจินรีบง้างคันธนู ยิงธนูดอกหนึ่งใส่งูยักษ์ที่ก่อร่างจากพลังจิต
ตูม!
ลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่หัวงูยักษ์จนแตกกระจาย กลายเป็นประกายดาวระยิบระยับ
เมื่อหญิงคนนั้นเห็นสัตว์จิตของตนถูกทำลาย ก็หันขวับไปมองหาเจิน กัดฟันตะโกนว่า “พี่ใหญ่หาน! ท่านช่วยคนชั่วทำเรื่องชั่วหรือ?”
“ช่วยคนชั่วทำเรื่องชั่วหรือ?” หาเจินหัวเราะเย็นชา
“จินต้าฮวา อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าค่ายพักเบอร์ 96 ของเจ้าทำมาหากินอะไร ก่อนหน้านี้ค่ายพักเบอร์ 108 ก็ถูกพวกเจ้าลอบเล่นงานจนพังพินาศ ตอนนี้ยังจะมาอีกหรือ? อย่างไร ฆ่าคนปล้นชิงจนเคยตัวแล้วหรือ? พอคนอื่นขัดขืน ก็กลายเป็นความผิดของพวกเขาเสียอย่างนั้น?”
“เจ้า!” หญิงคนนั้นตาแดงก่ำ กำลังจะพุ่งเข้าไปสู้ตาย แต่กลับถูกพวกเดียวกันรั้งเอาไว้ พร้อมกระซิบบางอย่างข้างหู
จินต้าฮวากวาดตามองคนกลุ่มอื่น ๆ ก่อนจะจ้องหาเจินเขม็ง แล้วสุดท้ายก็จากไปอย่างไม่สบอารมณ์
