ม่อเสี่ยวซีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้ามีวิธีออกจากย่านเจ้าเมือง เหตุใดจึงไม่พาลูกหนีไปจากที่นี่”
หญิงสาวมีสีหน้าเศร้าสร้อย “ลูกข้ายังเล็ก นางอยู่ตัวคนเดียวไม่มีทางปกป้องตัวเองได้”
“แล้วเจ้าล่ะ?” ม่อเสี่ยวซีกวาดตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า “เจ้าไม่ออกไปพร้อมกับลูกหรือ”
“ข้าออกจากย่านเจ้าเมืองไม่ได้” หญิงสาวก้มกราบไปทางม่อเสี่ยวซีอีกครั้ง “ขอผู้มีพระคุณโปรดพายาย่าไปด้วย ขอเพียงนางมีชีวิตอยู่ ต่อให้ต้องเป็นทาสรับใช้ ข้าก็ยอมทั้งนั้น”
ม่อเสี่ยวซีสงสัยไม่น้อย “เหตุใดเจ้าจึงออกจากย่านเจ้าเมืองไม่ได้”
ช่วยพวกนางออกไปได้ แต่เรื่องที่นางจะพาลูกของเจ้าเมืองกลับค่ายนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด
หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว “ลมหายใจของข้าขาดสะบั้นแล้ว คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ต่อให้ผู้มีพระคุณช่วยรักษาข้า ก็ทำได้เพียงยื้อไม่ให้ข้าตายไปชั่วคราวเท่านั้น”
ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้ว
ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “เจ้าชื่ออะไร”
“ข้ามีนามว่าเสียวหนิง” หญิงสาวตอบอย่างนอบน้อม
ม่อเสี่ยวซีถามว่า “เจ้ามีวิธีใดออกจากแผนภูมิป้องกันนี้หรือไม่”
เสียวหนิงลุกขึ้น แล้วคลำหากล่องใบเล็กใต้เตียง หยิบเครื่องรางหนังปีศาจออกมาใบหนึ่ง ก่อนชูขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ “นี่คือเครื่องรางมุดดินระดับสูง ข้ายินดีมอบให้ผู้มีพระคุณ ขอเพียงท่านพาลูกสาวข้าไปด้วย”
ม่อเสี่ยวซีรับเครื่องรางหนังปีศาจมา ตรวจดูจนแน่ใจว่าเป็นของจริงแล้วจึงเก็บไว้ “เหตุใดเจ้าไม่ใช้เครื่องรางนี้พาลูกสาวหนีไปด้วยกันล่ะ”
เสียวหนิงยิ้มขื่น “ข้าถูกวางรังหนอนกลืนวิญญาณ พลังจิตขาดสะบั้น จึงไม่อาจกระตุ้นเครื่องรางนี้ได้”
