เมื่อท่อที่ดูคล้ายเส้นใยเชื้อรายักษ์หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เกราะคุ้มครองของค่ายก็ถูกปกคลุมจนมิด
บนท่อเหล่านั้นมีขนอ่อนเล็กละเอียดงอกออกมานับไม่ถ้วน เกาะดูดติดอยู่บนเกราะคุ้มครองอย่างแน่นหนา
ม่อเสี่ยวซีพบว่าคริสตัลปีศาจที่เก็บไว้ในแผ่นจารกำลังค่อย ๆ เล็กลงและสลายหายไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
นางขมวดคิ้ว หันไปบอกทุกคนว่า “เกราะคุ้มครองคงอยู่ได้อีกไม่นาน เราต้องหาทางออกจากพื้นดินให้ได้”
“จะออกไปอย่างไรล่ะ?”
“ข้าจะไปหายานมหาสำเภามาสักลำ” ม่อเสี่ยวซีพูดพลางใช้เปลวเพลิงเผาแดนฟ้าจู่โจมด้านนอก บีบให้หนวดถอยห่างจากเกราะคุ้มครอง ก่อนจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
หนวดนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าจู่โจม ราวกับตาข่ายหนาทึบผืนหนึ่ง
ม่อเสี่ยวซีชักหอกยาวออกมา อัดพลังจิตสายฟ้าเข้าไป แล้วกวัดแกว่งฟาดลง
หอกยาวเปล่งประกายสายฟ้าระยิบระยับ ฟาดเสียงสนั่นจนเปิดช่องว่างบนตาข่ายที่ถักทอจากเส้นหนวด
นางอาศัยจังหวะนั้นบินพ้นวงล้อมขึ้นไปบนฟ้า
เมื่อมองลงมาจากที่นี่ ก็เห็นหมอกหนาด้านล่างม้วนตัวพลุ่งพล่าน เส้นหนวดนับไม่ถ้วนปรากฏให้เห็นราง ๆ
ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้ว กวาดตามองคนทั้งห้า ก่อนใช้พลังสายฟ้าเสวียนเซียว จากนั้นก็ปล่อยยานมหาสำเภาที่ซ่อมแซมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา
จากนั้นนางส่งข้อความหาน้องชายว่า “เสี่ยวเป่ย พอสายฟ้าสลายไปแล้วก็พาคนขึ้นมา ข้าวางยานมหาสำเภาไว้เหนือค่าย อย่าลืมพาเพลิงหนานหมิงลี่ฮั่วติดตัวมาด้วย”
“ได้ครับพี่สาว” เสี่ยวเป่ยรับคำ
ม่อเสี่ยวซีทอดสายตามองไกลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนบินออกไปนอกกำแพงป้องกัน
นางต้องหาร่างจริงของปีศาจเหวลึกให้พบก่อน แล้วจึงค่อยใช้พลังสายฟ้าเสวียนเซียว มิฉะนั้นต่อให้มีสายฟ้ามากเพียงใดก็ทำอันตรายจุดสำคัญของมันไม่ได้
