“เจ้าของของเจ้ารึ?”
ม่อเสี่ยวซีรีบวิ่งไปยังขอบลูกแก้วหลัวหลี้ แล้วเพ่งพินิจปีศาจประหลาดที่อยู่ด้านนอก ก็เห็นเงาร่างสีเทาอมเขียวสายหนึ่งลอยนิ่งอยู่ไม่ไกล
เงาร่างนั้นมีผมยาวสยาย ชายเสื้อพลิ้วไหว สองมือห้อยอยู่ข้างลำตัว ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท ราวกับภูตผีที่กำลังหลับใหล
จิตวิญญาณแห่งอาวุธตัวน้อยพยักหน้ารัว ๆ พยายามพุ่งออกไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกน้ำดำขวางกลับมาทุกที
ม่อเสี่ยวซีใช้นิ้วลูบคางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะนำตะเกียงหอมกุมวิญญาณออกมากระตุ้นการทำงาน
ควันเขียวจากตะเกียงลอยอ้อยอิ่งเป็นสาย มุ่งออกไปนอกลูกแก้วหลัวหลี้ ภายใต้การควบคุมด้วยญาณของนาง ควันเหล่านั้นก็พันรัดเงาร่างปีศาจประหลาดได้อย่างแม่นยำ
ปีศาจประหลาดลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตาทั้งสองเปล่งเปลววิญญาณเพลิงสีแดงเลือดสองกลุ่ม ก่อนจะแสยะปากพุ่งเข้าใส่ลูกแก้วหลัวหลี้
ชั่วพริบตา ปีศาจประหลาดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าม่อเสี่ยวซี มุ่งตรงไปยังตะเกียงหอมกุมวิญญาณในมือของนาง
วินาทีถัดมา มันก็เข้าปะทะกับเมาตั้นที่อยู่ภายในตะเกียง
พูดให้ถูกคือ มันกำลังกัดฉีกเมาตั้นสีฟ้าอ่อนอยู่ฝ่ายเดียว
เมื่อเห็นเช่นนั้น ม่อเสี่ยวซีก็ร้อนใจขึ้นมาทันที นางคว้าหอกยาวที่ยื่นเข้ามาใกล้ ฉีดพลังจิตสายฟ้าเข้าไป แล้วแทงลงบนหัวของปีศาจประหลาดอย่างแรง
พลังจิตสายฟ้าบนหอกยาวส่งเสียงซู่ซ่า ช็อตปีศาจประหลาดจนร่างแข็งทื่อไปชั่วขณะ
จากนั้นมันค่อย ๆ หันกลับมา แสยะปากใส่ม่อเสี่ยวซี เผยเขี้ยวแหลมชวนขนลุกเต็มปาก
“ดูซิว่าเจ้ายังจะอาละวาดได้อีกไหม!” ม่อเสี่ยวซีเหวี่ยงหอกยาวฟาดลงไปอย่างแรง
เจ้าสิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าไร้สติ นางคิดผิดไปเอง นึกว่ามันจะเลี้ยงไว้ได้เหมือนเมาตั้น ใครจะคิดว่ามันกลับอยากกินเมาตั้นเสียเอง
