“ได้!” ม่อเสี่ยวซีตอบรับทันที
กลับเข้าห้องของตนอีกครั้ง นางหยิบเครื่องสื่อสารออกมา ก็เห็นข้อความที่ผู้นำคณะส่งมา
“ท่านเจ้าบ้านม่อ ช่วงนี้พวกเจ้าซ่อนตัวให้ดี อย่าออกมาเด็ดขาด สำนักเทียนเหยียนจงออกประกาศจับแล้ว ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะจับทั้งตระกูลของเจ้าให้ได้
พวกเยียนหลานก็ห้ามเผยตัวเช่นกัน มิฉะนั้นประมุขกองมารดลจะลำบาก
หลังจากพวกเจ้าออกจากค่ายพักเบอร์ 108 ประมุขกองมารดลก็จัดคนไปประจำการแทนแล้ว แต่ตามกฎของกองมารดล ผู้ที่ละทิ้งหน้าที่โดยพลการจะถูกส่งไปขุดเหมือง ข้าจึงแจ้งพวกเยียนหลานให้ระวังตัว อย่าเดินเพ่นพ่านไปทั่ว”
ม่อเสี่ยวซีตอบกลับไปว่า “ทราบแล้ว ขอบคุณท่านผู้นำคณะ ภายในสองเดือนนี้ข้าจะไม่ให้พวกเยียนหลานออกไปข้างนอก”
“รู้ก็ดีแล้ว”
ผู้นำคณะหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “ท่านเจ้าบ้านม่อ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าพาพวกเยียนหลานเข้าร่วมสำนักเทพวิถีสวรรค์ จริงหรือไม่?”
“จริง” ม่อเสี่ยวซีพยักหน้า
ผู้นำคณะถามอย่างสงสัย “สำนักเทพวิถีสวรรค์ตั้งอยู่ที่ใด? เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?”
ม่อเสี่ยวซีตอบ “อยู่ในมิติลับแห่งหนึ่ง”
“ในมิติลับหรือ? พวกเจ้าหนีไปซ่อนตัวในมิติลับแล้วหรือ?” ผู้นำคณะถามอย่างตกใจ
ม่อเสี่ยวซีตอบ “จะเป็นไปได้อย่างไร? ข้าหมายถึงสำนักของสำนักเทพวิถีสวรรค์ตั้งอยู่ในมิติลับแห่งหนึ่งต่างหาก”
“อ้อ” ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
ผู้นำคณะถามต่ออีกสองสามคำถาม ม่อเสี่ยวซีตอบอย่างคลุมเครือ สุดท้ายทั้งสองจึงยุติการติดต่อ
ม่อเสี่ยวซีเก็บเครื่องสื่อสาร แล้ววูบเข้าไปในมิติบ่อบัว
ขณะนี้ปีศาจเหรินตงกำลังใช้เถาวัลย์กว่าสิบเส้นเกี่ยวข้าวสาลีวิเศษ แต่ละเส้นกำเคียวไว้หนึ่งเล่ม
มันเกี่ยวเก็บได้รวดเร็วมาก ไม่นานก็รวบข้าวสาลีวิเศษเป็นกองใหญ่หลายกอง
