ถุงเก็บของงั้นรึ
ม่อเสี่ยวซีรีบขานรับ
แสงวาบหนึ่ง เบาะเก่าเปื้อนสกปรกในมือก็กลับสะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่ ลวดลายอักขระสีทองหม่นงดงามไหลเวียนอยู่บนผืนผ้า
เจ้าแมวน้อยชะงักงัน จ้องมองถุงในมือมนุษย์อย่างตื่นตะลึง หรือจะเรียกว่ากระเป๋าสะพายก็ได้ เพราะมีสายสะพายห้อยอยู่เส้นหนึ่ง
ม่อเสี่ยวซีตั้งใจจะตรวจดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง แต่เมื่อคิดว่านี่เป็นของของเจ้าแมว จึงเอ่ยถามเสียงเบาว่า “เจ้าหลี่ ข้าเปิดดูได้ไหม”
เจ้าแมวพยักหน้าหงึก ๆ
แม้สิ่งนี้จะเป็นของนายท่าน แต่ท่านก็ตายไปหลายปีแล้ว อีกทั้งข้างในก็มีแต่ขยะ มนุษย์อยากดูก็ดูไปเถอะ
ม่อเสี่ยวซีเปิดถุงแล้วชะโงกมองเข้าไป เห็นเหมือนมีของอยู่กองหนึ่ง แต่กลับเอื้อมไปไม่ถึง
ตามธรรมเนียมเดิม หยดเลือดยอมรับเป็นเจ้าของ
เมื่อหยดเลือดหยดหนึ่งแตะลงบนถุงเก็บของ ลวดลายอักขระก็ส่องวาบ นางพลันรับรู้ถึงสิ่งของภายในได้อย่างชัดเจน
เพียงคิดแวบเดียว สิ่งของทั้งหมดก็ถูกนำออกมา วางเกลื่อนเต็มเตียงหิน
ม่อเสี่ยวซีหยิบของขึ้นมาคัดดูทีละชิ้น เมื่อมีเสียงเตือนในหัวคอยช่วย ไม่นานนางก็รู้ว่ามันคืออะไร
เครื่องรางระดับสูงที่สูญเสียพลังวิญญาณไปแล้วหลายสิบแผ่น พร้อมกับม่านพลังทรายแม่ลูกหนึ่งชุด และกล่องหยกอีกหลายใบ ทว่าภายในกล่องหยกกลับว่างเปล่า
นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีสิ่งใดอีก
ม่อเสี่ยวซีถือเครื่องรางหนาเป็นปึกไว้ในมือ ใจเบิกบานยิ่งนัก
กำลังกลุ้มอยู่ว่าจะรับมือคลื่นปีศาจประหลาดที่กำลังจะมาถึงอย่างไร นี่ไม่ใช่ว่าพอเริ่มง่วงก็มีคนเอาหมอนมาส่งให้หรอกหรือ
ดูท่าโชคของนางจะดีจนฝืนฟ้าจริง ๆ ไม่เสียทีที่เป็นมนุษย์อันดับหนึ่งในตำราสร้างสรรค์
