ม่อเสี่ยวซีรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ จึงรีบเร่งเรือบินฉวนหยุนให้พุ่งลงไปด้านล่าง
เมื่อมาถึงบริเวณที่หมอกหนาทึบ นางก็รีบใช้พลังสายฟ้าเสวียนเซียวทันที
ชั่วพริบตาเดียว เมฆดำปกคลุมไปทั่วรัศมีสี่ถึงห้ากิโลเมตร สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ฟ้าร้องครืนครั่น
เสียงดังสนั่นครืนครั่น คริสตัลปีศาจนับไม่ถ้วนลอยขึ้นมา
ม่อเสี่ยวซีโยนลูกสุนัขขนทองกับแมวเหมียวออกไปเก็บคริสตัลปีศาจ ส่วนตัวเองขับเรือบินฉวนหยุนไปยังจุดที่ห่างออกไปห้ากิโลเมตร แล้วใช้พลังสายฟ้าเสวียนเซียวต่อ
หนึ่งชั่วยามต่อมา ระดับของนางก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง บรรลุถึงวิญญาณยุทธ์ขั้นแปด
ด้วยพลังระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นแปด ในทุ่งอู่หวังแห่งนี้นางแทบจะเดินกร่างไปทั่วได้แล้ว ทว่านางกลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย เพราะภาพที่เห็นจากบนฟ้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
ม่อเสี่ยวซีนั่งอยู่บนเรือบินฉวนหยุน ส่งข้อความหาหาเจิน “ป้าหาเจิน โลกชางหลานมีขนาดใหญ่แค่ไหนกันแน่? ป้าเคยไปพิภพอื่นบ้างไหม?”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะ?” หาเจินตอบกลับมา “โลกชางหลานก็คือเขตที่สำนักเทียนเหยียนจงปกครอง มีเมืองทั้งหมดสามสิบหกเมือง ส่วนมีขนาดใหญ่แค่ไหนนั้น ป้าเองก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน”
“ส่วนพิภพอื่น ดูเหมือนป้าจะไม่เคยได้ยินมาก่อน”
หาเจินกล่าวต่อว่า “แต่ถ้าบำเพ็ญจนถึงขั้นปลายเสวียนหุน ก็อาจลอยฟ้าขึ้นสวรรค์ไปยังพิภพอื่นได้”
“ลอยฟ้าขึ้นสวรรค์หรือ?” ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้ว แล้วถามต่อว่า “ป้าหาเจิน แล้วป้ารู้ไหมว่าบนท้องฟ้ามีอะไรอยู่? เป็นไปได้ไหมว่าจะมีพิภพอีกแห่งอยู่บนนั้น?”
หาเจินส่ายหน้า “ท้องฟ้าเป็นเขตห้ามบิน ยานมหาสำเภากับเรือเมฆทุกลำบินขึ้นไปไม่ได้ ส่วนข้างบนนั้นมีอะไร ไม่มีใครรู้”
