กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ลอยอบอวลไปทั่วหมู่บ้านสือโถว ยิ่งทำให้ชาวบ้านที่เสบียงสำหรับฤดูหนาวไม่เพียงพอ ต้องประหยัดอดออมจนหิวโหย ทรมานใจยิ่งขึ้น
ชาวบ้านไม่น้อยต่างยืนอยู่ในลานบ้านของตน สูดดมกลิ่นเนื้อที่ลอยมาจากลานบ้านของหลิวอี้อย่างเต็มปอด!
กลิ่นเนื้อหอมกรุ่นนี้ยังดึงดูดอู๋เปียว ผู้เงียบหายไปหลายวันให้ปรากฏตัวขึ้นด้วย
ยามนี้ในลานบ้าน นอกจากภรรยาของอู๋เปียวแล้ว ยังมีชายฉกรรจ์อีกสองคน ทั้งคู่เป็นอันธพาลเกียจคร้านในหมู่บ้านสือโถว!
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขายังไม่ลงมือ ก็เพื่อเกลี้ยกล่อมคนเหล่านี้ให้ร่วมมือกันจัดการหลิวอี้
“พี่เปียว ข้าทนไม่ไหวแล้ว เนื้อตุ๋นหอมเหลือเกิน คืนนี้พวกเราลงมือกันเถิด หรือจะรอให้มันกินของดีเป็นมื้อสุดท้ายก่อนตายหรือไร?”
ชายอ้วนแก้มยุ้ยกล่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฝีดาษ ฉายาในหมู่บ้านสือโถวของเขาคือ ‘หม่าเจื่อ’
“ใช่แล้วพี่เปียว หม่าเจื่อพูดถูก พวกเรามีกันตั้งหลายคน จะกลัวหลิวอี้คนเดียวไปไย? ฆ่ามันแล้ว สตรีงามสองนางที่ผิวนุ่มราวกับหยดน้ำก็จะตกเป็นของพวกเรา!”
อันธพาลอีกคนหนึ่ง หวงโก่ว กล่าวอย่างตื่นเต้น
เช่นเดียวกับอู๋เปียว เขาหมายปองพี่น้องสกุลชุยมานานแล้ว ครั้งนั้นเพื่อให้ชีวิตในครอบครัวสุขสบายขึ้น เขาจึงแต่งภรรยาร่างกำยำ ผิวคล้ำแข็งแรง นางทำงานได้ดี แต่บนเตียงกลับทำให้เขาหมดความสนใจ!
ถึงจะกล่าวว่าเมื่อดับตะเกียงแล้วทุกอย่างก็เหมือนกัน ทว่าภรรยาของเขาร้องครวญครางยามร่วมรักราวกับหมูถูกเชือด หลายครั้งทำเอาอาวุธของเขาอ่อนปวกเปียกจนไม่อาจตั้งชัน