เวลา 9 โมงเช้าของวันถัดมา
ถนนยามเช้ายังไม่ตื่นเต็มที่ อากาศแฝงความเย็นบางเบา
ซูหว่านเหอมาถึงร้านกาแฟหรูที่นัดหมายกันไว้ แล้วผลักประตูกระจกกรอบไม้เข้าไป
กระดิ่งลมตรงประตูไหวเบา ๆ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมอง
ซูหว่านเหอเดินเข้าไปหา “สวัสดีค่ะ ฉันซูค่ะ เมื่อวานจองไว้”
ในร้านกาแฟเปิดเพลงเด็กหนุ่มกุหลาบ เพลงที่เธอร้องเมื่อวาน
ก่อนออกมาเธอสวมหน้ากากอนามัยกับหมวก เรียกได้ว่าปกปิดมิดชิด ถึงตอนนี้อากาศจะแค่เย็นนิดหน่อย แต่เมืองใหญ่ก็เปิดกว้าง ไม่มีใครสนใจเธอเป็นพิเศษ
พนักงานที่กำลังชงกาแฟวางของในมือลง เงยหน้าตรวจดูรายการจองในคอมพิวเตอร์ “คุณซู สวัสดีค่ะ ห้องรับรองหมายเลข 6 ที่คุณจองไว้ อยู่ชั้น 2 ห้องริมซ้ายสุดค่ะ”
ซูหว่านเหอพยักหน้า แล้วเดินขึ้นบันไดไปยังหน้าห้องรับรอง
เมื่อเข้าไป คนจากซิ่นหยางเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็มาถึงแล้ว
จูปินหงได้ยินเสียงเปิดประตูก็ลุกขึ้น
“สวัสดีครับคุณซู”
ซูหว่านเหอยื่นมือออกไป “สวัสดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”
หลังนั่งลง เธอถอดหน้ากากกับหมวก เผยให้เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่งดงามโดดเด่น
จูปินหงมองเธอแวบหนึ่ง ในใจอดตกตะลึงไม่ได้ ก่อนหน้านี้เห็นรูปในอินเทอร์เน็ตก็คิดว่าสวยแล้ว พอเจอตัวจริงก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย แถมยังสวยกว่าเสียอีก
มีใบหน้าแบบนี้อยู่ในวงการบันเทิง เรียกได้ว่าเดินไปไหนก็มีคนเปิดทางให้
“ผมแซ่จูครับ จูปินหง เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายนายหน้าของซิ่นหยางมีเดีย และเป็นผู้จัดการศิลปินด้วยครับ”
“สวัสดีค่ะ ซูหว่านเหอ”
จูปินหงยิ้มพลางกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างรวดเร็ว ก่อนประสานมือเอนพิงพนักเก้าอี้
“เราเข้าใจข้อเรียกร้องของคุณแล้วครับ ต้องการทรัพยากรที่หลากหลายและอิสระสูง พูดตามตรง เงื่อนไขค่อนข้างสูงเลยครับ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไม่มีแววดูถูกหรือเยาะเย้ย เป็นเพียงการบอกข้อเท็จจริง
