ในที่สุดผู้กำกับก็เข้าเรื่อง ลองถามหยั่งเชิงว่า “ตอนนี้คุณซูโด่งดังมากบนโลกออนไลน์เลยนะครับ คิดเรื่องเซ็นสัญญากับบริษัทไว้ยังไงบ้าง?”
แววตาของซูหว่านเหอมืดลงเล็กน้อย ที่แท้ก็มาเพื่อสืบข่าวนี่เอง
ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แถมยังมีระบบช่วย เธอไม่อยากเสียเวลามากเกินไปกับเรื่องพวกนี้
หรือพูดอีกอย่างคือ เธอไม่เคยอยากกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกเกินไป ไม่อย่างนั้นชาติที่แล้วคงไม่ตัดสินใจเบื้องหลังในช่วงที่กำลังไปได้สวย
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนเงยขึ้นสบตาผู้กำกับตรง ๆ “ฉันไม่รู้ว่าผู้กำกับถามแทนบริษัทไหน แต่สำหรับฉันแล้ว เงื่อนไขมีแค่สองข้อค่ะ”
ผู้กำกับไม่คิดว่าซูหว่านเหอจะพูดตรงขนาดนี้ จึงสนใจขึ้นมาทันที “อ้อ คุณซูมีเงื่อนไขอะไรบ้างครับ บางทีผมอาจช่วยส่งต่อให้ได้”
รอยยิ้มบนใบหน้าที่เพิ่งมีเมื่อครู่เลือนหายไป ท่าทางของเขาก็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
ซูหว่านเหอเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ราวกับกำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน ความสบาย ๆ ซึ่งผ่านการกะระยะมาอย่างพอดีนั้นทำให้ผู้กำกับประหลาดใจอยู่บ้าง
เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการจะใจเย็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ ท่วงท่าที่ไม่รีบร้อนไม่ตื่นตระหนกราวกับคุ้นชินกับการเจรจาแบบนี้มานานแล้ว
ผู้กำกับตกใจอยู่ในใจ หรือว่าเธอจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่?
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น เรื่องคนตระกูลจางคราวก่อนก็น่าจะจัดการได้ตั้งแต่แรกแล้ว
อีกอย่าง ตระกูลใหญ่พวกนั้นให้ความสำคัญกับผลได้ผลเสียที่สุด จางเจียอี๋รู้จักเธอแล้วยังกล้ารังแก แสดงว่าฐานะทางบ้านของซูหว่านเหอคงสู้จางเจียอี๋ไม่ได้
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ตระกูลฮ่าวมีอิทธิพลอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ตระกูลใหญ่จริง ๆ
คงเป็นเขาที่คิดมากไปเอง
แววตาของซูหว่านเหอสดใสและคมกริบขึ้นมา พร้อมความจริงจังที่ไม่เปิดช่องให้ใครมาบ่ายเบี่ยง
“ข้อแรก ทรัพยากรต้องหลากหลาย”
“ข้อสอง ต้องมีอิสระ”
