บทที่ 12 ใต้ทะเล
ไฟบนเวทีดับลง เหลือเพียงลำแสงเย็นเยียบส่องลงมา
ทั้งฮอลล์พลันเงียบกริบ แม้แต่เสียงหายใจก็ยังเบาลง
ซูหว่านเหอกุมไมโครโฟนไว้ด้วยสองมือ ก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หลับตา ร่างกายเริ่มโยกไหวอย่างไม่รู้ตัว
อินโทรเพลงค่อย ๆ ดังขึ้น
เสียงเปียโนทีละตัวทอดตัวต่ำลง ราวกับคลื่นซัดผ่านข้อเท้า
บรรยากาศในฮอลล์เหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ใต้ทะเลตามท่วงทำนองเริ่มต้น แสงสีฟ้าเข้มบนเวทีส่องกระทบชายกระโปรงยาวลากพื้น ราวกับสวมคลื่นทะเลไว้บนร่าง
ช่องแสดงความคิดเห็นในห้องถ่ายทอดสด:
“ท่อนเปิดเศร้ามาก หรือจะพูดว่าเปล่าเปลี่ยวก็ได้ เหมือนคลื่นสีดำเลย”
“อินโทรกดดันมาก รู้สึกว่าจะเป็นเพลงเศร้าอีกเพลงแล้ว”
“แค่ฟังอินโทรก็รู้สึกอยากร้องไห้แล้ว ชื่อเพลง ‘ใต้ทะเล’ ฟังดูเหมือนเพลงฮีลใจไม่ใช่เหรอ?”
กรรมการด้านล่างเวทีก็นั่งรอฟังเพลงนี้อย่างเงียบ ๆ
ไม่รู้ว่าซูหว่านเหอจะรักษาชื่อเสียงนักแต่งเพลงอัจฉริยะของเธอไว้ได้หรือเปล่า?
เธอค่อย ๆ ยกไมโครโฟนขึ้น เสียงล่องลอยออกมา ดวงตาปรือขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังมองใครบางคนผ่านกระจกฝ้าที่ขวางกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง
“แสงจันทร์ที่กระจัดกระจาย ลอดผ่านเมฆา”
“หลบซ่อนจากผู้คน โปรยเกล็ดทะเลเป็นผืนกว้าง”
“คลื่นทะเลซัดเปียกชุดขาว พยายามผลักเธอกลับไป”
หว่างคิ้วปรากฏรอยย่นบาง ๆ เส้นหนึ่ง มือเรียวยาวยกขึ้นเลียนแบบท่าทางของเกลียวคลื่น
ห้องถ่ายทอดสด
“เชี่ย เมื่อกี้หนังหัวฉันชาไปหมด เสียงล่องลอยขนาดนี้ได้ไงเนี่ย!”
“น้ำเสียงแบบนี้…คลานขึ้นมาจากใต้ทะเลหรือไง? ฟังแล้วแตกสลายมาก”
“เนื้อเพลงกดดันจริง ๆ คลื่นพยายามผลักเธอกลับไป แปลว่ามีใครบางคนกำลังเดินลงทะเลหรือเปล่า?”
“ฉิบหาย! ถ้านายข้างบนไม่พูด ฉันก็นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ย”
