เฮ่อเหวินเพิ่งเดินออกจากประตูไป จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับมาอีกครั้ง
“อย่าลืมเตรียมซิงเกิลของเธอด้วยนะ นี่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว
แล้วก็พิธีมอบรางวัลดนตรีซิงหัวเดือนกรกฎาคมด้วย”
ซูหว่านเหอเองก็เกือบลืมไปแล้วเหมือนกัน
เธอยังมีอีกเรื่องที่ไม่ได้บอก จึงเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง
“พรุ่งนี้ฉันจะไปกินข้าวกับเพื่อน”
เฮ่อเหวินชะงักฝีเท้าตรงประตู สีหน้าเคร่งขรึมลง ก่อนจะถอยกลับมาสองก้าวแล้วเดินย้อนเข้ามาในห้องนั่งเล่น
“ใคร?”
เฮ่อเหวินจ้องซูหว่านเหอตรง ๆ สีหน้าแบบนี้...คงไม่ใช่เพื่อนธรรมดาแน่
ถึงเขาจะไม่เคยกำชับชัด ๆ ว่าศิลปินของตัวเองต้องโสด แต่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น
ซูหว่านเหอยิ้มบาง ๆ พลางยกมือสาบาน “ตอนนี้แค่กำลังทำความรู้จักกัน ยังไม่ได้คบกัน แล้วฉันก็จะให้ความสำคัญกับงานก่อนแน่นอน!”
เฮ่อเหวินจ้องเธอเงียบ ๆ อยู่หลายวินาที ก่อนถอนหายใจ
“อีกสามสัปดาห์ค่อยมาบอกฉันว่าเป็นใคร แล้วจะจัดการยังไง ฉันให้เวลาเธอเตรียมตัว”
“ได้เลย! รับรองว่าทำภารกิจสำเร็จ!”
เฮ่อเหวินออกจากอพาร์ตเมนต์ไปด้วยความรู้สึกเหมือนลูกสาวกำลังถูกหนุ่มผมทองหลอกพาหนี แววตาเต็มไปด้วยไอสังหาร
อีกสามสัปดาห์เขาจะต้องเห็นให้ได้ว่าไอ้หนุ่มผมทองคนนั้นเป็นใคร!
ซูหว่านเหอไม่รู้เลยว่าเฮ่อเหวินกำลังทำตัวเหมือนพ่อหวงลูกสาวอยู่ เธอกำลังคุยกับอิงเฉินเหยี่ยน
——
อิงเฉินเหยี่ยนยืนอยู่หน้ากระจกก่อนเวลานัดสองชั่วโมง มองชุดสูทสีดำเต็มตู้เสื้อผ้าแล้วตกอยู่ในภวังค์
ถ้าใส่สูทจะดูแก่ไปไหม หว่านหว่านเพิ่งอายุ 20 เอง
เขาสูดหายใจลึก ๆ แล้วไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวจากตู้เสื้อผ้าอีกใบ สวมเสื้อยืดสีขาวไว้ข้างใน จากนั้นมองกระจกแล้วปลดกระดุมสองเม็ด
