“ตระกูลอวี๋เพิ่งกลับเมืองหลวง ยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องจัดการ ไหน ๆ ก็กลับมาแล้ว ช้าสักวันสองวันก็ไม่เป็นไร แต่เจ้ากลับไปตระกูลอวี๋ทุกวัน เรื่องสินเดิมจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ อย่าให้ใครรังแกหนูเนี่ยได้!”
น้ำเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าถานแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง
“นิสัยอย่างหนูเนี่ย ใครจะรังแกได้เล่า” ฮูหยินใหญ่แซ่ถานกล่าวประชดประชัน
อวี๋จือหนิงหยุดยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง บนโลกนี้ นอกจากไทเฮาแล้ว ก็มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าถานที่รักและเอ็นดูนางจากใจจริง
ครั้งนั้นเมื่อตระกูลอวี๋ถูกเนรเทศไปหลินโจว ฮูหยินผู้เฒ่าถานยังไปขอร้องฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ให้รั้งนางไว้ในเมืองหลวง ครั้นถานซื่อจากไปแล้ว ยังส่งคนไปหารือกับฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ ขอพานางกลับมาเลี้ยงดูเอง แต่ตระกูลอวี๋ไม่ยินยอม
ตลอดหลายปีมานี้ ฮูหยินผู้เฒ่าถานส่งคนไปเยี่ยมนางที่หลินโจวอยู่เสมอ
ทว่าเรื่องที่ฮูหยินผู้เฒ่าถานรับรู้ล้วนเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น ฮูหยินใหญ่แซ่ถานไม่เคยบอกความจริงเลย!
“ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูหลานมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยเตือน
ประตูถูกผลักเปิด อวี๋จือหนิงก้าวเข้ามา ครั้นเห็นหญิงชราร่างผอมบาง ผมหงอกขาวอยู่บนขมับที่นั่งอยู่บนตั่ง ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นในชั่วพริบตา นางก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว “หนูเนี่ยคารวะท่านยาย”
ฮูหยินผู้เฒ่าถานคว้ามืออวี๋จือหนิงไว้ทันที พลางพินิจนางตั้งแต่หัวจรดเท้า “เป็นหนูเนี่ยจริง ๆ หรือ”
นางพยักหน้า
“กลับมาแล้วก็ดี” ฮูหยินผู้เฒ่าถานเอ่ยเสียงสะอื้น มือเหี่ยวย่นผอมแห้งกุมมือนางไว้แน่น แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ด้านหลัง ถานสือหลิงผลุนผลันเข้ามา ตะโกนใส่ฮูหยินใหญ่แซ่ถาน “ท่านแม่ เมื่อครู่ อวี๋จือหนิงบอกว่าวันนี้ท่านไปตระกูลอวี๋เพื่อพูดคุยเรื่องการแต่งงานของข้า จริงหรือเจ้าคะ”
