เพียงได้ยินว่ามีรับสั่งจากไทเฮา ขาทั้งสองข้างของฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ก็สั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ลองคำนวณเวลาดู มาม้าซูออกจากจวนกั๋วกงตระกูลอวี๋ไปได้เพียงชั่วยามเดียวเท่านั้น
เร็วเพียงนี้ก็ส่งคนมาเรียกแล้ว
ในใจฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋พลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ท่านแม่ ต้องเป็นเพราะไทเฮาทรงรู้สึกว่าเมื่อวานทรงปฏิบัติต่อตระกูลอวี๋ไม่เป็นธรรม วันนี้จึงทรงเรียกท่านแม่เข้าวังเพื่อชดเชยเป็นพิเศษแน่” ซ่งซื่อกล่าวอย่างยินดี
นางไม่ทันสังเกตสีหน้ากระวนกระวายของฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋เลยแม้แต่น้อย
“ท่านแม่ ไทเฮาคงทรงเข้าใจตระกูลอวี๋ผิดไปบ้าง เมื่อเข้าวังแล้วท่านต้องอธิบายให้ชัดเจน อย่าทรงพาลไปถึงสื่อจื่อแห่งอ๋องจิ้งด้วยนะเจ้าคะ” ซ่งซื่อกำชับไม่หยุดหย่อน
แม้แต่ยามมองไปทางเรือนที่สามกับเรือนที่สี่ นางก็ยังเชิดคางขึ้น
ฮูหยินใหญ่แซ่ถานลุกขึ้นยืน “คงเป็นเพราะรีบร้อนเกินไป จึงยังตรวจบัญชีกันไม่เรียบร้อย ข้าเพิ่งมาถึงจวน ยังต้องจัดการเรื่องในจวนอีกหลายอย่าง เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน”
กล่าวจบ นางก็เหลือบมองอวี๋จือหนิงแล้วส่งสายตาให้
อวี๋จือหนิงเข้าใจ “ท่านน้า ข้าไปส่งท่านเอง”
“ก็ดี”
ทั้งสองเดินออกจากเรือน ฮูหยินใหญ่แซ่ถานขมวดคิ้วมองอวี๋จือหนิง “สินเดิมเหล่านี้ เจ้าเตรียมจะพอแค่นี้แล้วหยุด หรือจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด?”
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว นางคงกำลังเตือนให้อวี๋จือหนิงรีบหยุดมือเสีย
อวี๋จือหนิงนิ่งเงียบ
