เจียงฉินหมินขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กับที่หวังจิ้นจวินเล่ามาแทบจะเป็นคนละเรื่องกันเลย
เห็นชัด ๆ ว่าหวังหย่งอาศัยอำนาจรังแกคนอื่น แต่พอถึงปากหวังจิ้นปู้ กลับกลายเป็นว่าหวังหย่งตามจีบชิงเสวี่ยไม่สำเร็จ เลยผูกใจเจ็บงั้นหรือ?
เจียงชิงเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็งุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมหวังจิ้นจวินถึงจู่ ๆ ก็พูดว่าหวังหย่งกำลังตามจีบเธอ
หวังจิ้นจวินฉวยจังหวะที่ทุกคนเงียบ เตะหวังหย่งไปทีหนึ่งแล้วรีบพูดว่า “ยังไม่รีบไสหัวกลับบ้านอีก!”
“ถ้าฉันรู้ว่าแกกล้าทำแบบนี้อีก ฉันจะหักขาแกซะ”
หวังหย่งมองหวังจิ้นจวิน ก่อนจะเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายในทันที เขาก้มหน้าลงเงียบ ๆ เตรียมกลับบ้าน
หลินปินเห็นดังนั้นก็พูดเสียงเย็นว่า “หวังหย่ง ก่อนกลับไป นายยังมีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้ทำหรือเปล่า?”
หวังหย่งหันกลับมาจ้องหลินปิน เขารู้ว่าหลินปินต้องการให้เขากินป้ายอายัด
“หลินปิน อย่าทำเกินไปนัก”
“พวกเราก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ถนอมน้ำใจกันไว้บ้างย่อมดีกับทุกฝ่าย”
หลินปินหัวเราะอย่างดูแคลน “จะถนอมน้ำใจก็ต้องดูด้วยว่ากับใคร”
“กับหมาบ้าอย่างแก ไม่จำเป็นต้องถนอมน้ำใจ”
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว กินเข้าไป!”
หวังหย่งกำหมัดแน่น จ้องหลินปินเขม็ง ถ้าสายตาฆ่าคนได้ หลินปินคงถูกเขาสับเป็นหมื่นชิ้นไปแล้ว
แทบจะในเวลาเดียวกัน จางเจี้ยนชุนก็ก้าวมายืนตรงหน้าหลินปิน บังสายตาของหวังหย่งเอาไว้
เขามองหวังจิ้นจวินอย่างหงุดหงิดแล้วพูดว่า “ผู้ใหญ่บ้านหวัง พวกเราก็เป็นลูกผู้ชายทั้งนั้น พูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อพูดไปแล้วก็ควรทำให้ได้”
