เจียงฉินหมินได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ยื่นมือคว้าแขนหลินปินไว้
“หลินปิน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะวู่วาม!”
“ต่อให้แกเก่งแค่ไหน ก็สู้พวกมันห้าคนไม่ได้หรอก”
“อีกอย่าง กลางวันแกเพิ่งเยาะเย้ยหวังหย่งไป ถ้าออกไปตอนนี้ พวกมันต้องอัดแกจนปางตายแน่!”
หลินปินยิ้มบาง ๆ
“น้าเจียง ผมไม่ได้คิดจะลงมือกับพวกมันหรอก”
“แต่ผมมีวิธีที่ไล่พวกมันไปได้หมด โดยไม่ต้องออกแรงสักนิด”
“น้าเชื่อไหม?”
เจียงฉินหมินส่ายหน้าพลางตอบว่า “น้าไม่เชื่อ”
“เว้นแต่แกจะเป็นเซียน ร่ายเวทมนตร์เสกให้พวกมันหายไปได้!”
หลินปินได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือไปเปิดผ้าที่คลุมตะกร้าเก่า ๆ ออก
“ผมไม่ใช่เซียน แต่เป็นผีก็ได้นี่!”
เมื่อเจียงฉินหมินเห็นของในตะกร้าชัด ๆ คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น
ในตะกร้ามีเสื้อผ้าสองชุด ผ้าโพกหัวสีขาวหนึ่งผืน แป้งสาลีห่อเล็ก ๆ หนึ่งห่อ และเลือดหมูสีแดงคล้ำครึ่งขวด
นี่คิดจะทำอะไรกันแน่?
ขณะที่เขากำลังงุนงง หลินปินก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นหยิบแป้งสาลีมาละเลงทั่วใบหน้า
“น้าเจียง ดูให้ดีนะ...”
หลินปินแสยะยิ้มจนเห็นฟันขาว ก่อนหยิบเลือดหมูครึ่งขวดราดลงบนศีรษะ แล้ววิ่งออกไปทันที
“ฉันตายอย่างน่าอนาถเหลือเกิน!”
“อ๊ากกก หวังหย่ง แกทำฉันตาย ฉันจะให้แกชดใช้ด้วยชีวิต!”
เจียงฉินหมินเห็นภาพนั้นก็ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
เมื่อครู่ตอนเห็นหลินปินเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็รู้สึกคุ้นตา ถ้าจำไม่ผิด เมื่อหลายปีก่อนมีคนตกตายอยู่บนหาดเลนแถวนี้ และสวมเสื้อผ้าคล้ายชุดนี้เลย
มิน่าหลินปินถึงบอกว่าจะไล่พวกนั้นไปได้โดยไม่ต้องออกแรงสักนิด
ที่แท้ก็คิดจะแต่งเป็นคนที่ตกตายเมื่อหลายปีก่อน เพื่อหลอกให้หวังหย่งกับพวกหนีไปนี่เอง
