สายลมแห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนืออันไกลโพ้น มักพัดพากลิ่นอายหยาบกร้านของผืนทรายมาด้วยเสมอ
ตรงมุมกำแพงในลานบ้านหลังน้อยของตระกูลฮั่ว มีขี้เถ้าถ่านกองโตที่เพิ่งเผาเสร็จวางอยู่
นั่นคือ “ผลงานชิ้นเอก” ที่ฮั่วถิงเยวียนทิ้งไว้หลังจากตื่นแต่เช้ามาก่อเตา
ซานหนิวนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมกำแพง มือเล็กกำแท่งถ่านดำปี๋เอาไว้
นั่นคือ “สมบัติ” ที่เธอคุ้ยออกมาจากกองขี้เถ้า
มือเล็ก ๆ เปื้อนดำไปหมด แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเป็นประกายเจิดจ้า
ราวกับบ่อน้ำใสกลางทะเลทราย
กู่อวี่กำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงให้เด็ก ๆ อยู่ในบ้าน
เธอไม่ได้ห้ามซานหนิวเล่นขี้เถ้าถ่าน
ด้วยสายตาช่างสังเกตของอดีตสายลับ เธอรู้มานานแล้วว่า ลูกสาวคนที่สามซึ่งดูบอบบางและไม่ค่อยมีใครสนใจคนนี้ แท้จริงแล้วมีประสาทสัมผัสเฉียบคมอย่างยิ่ง
เธอมีสัญชาตญาณตามธรรมชาติในเรื่องสีสันและแสงเงา
“ซานหนิว อย่าทำเสื้อผ้าเปื้อนล่ะ”
มีเพียงซื่อวาที่พึมพำเตือนอยู่ข้าง ๆ
เขากำลังง่วนอยู่กับแผงหน้าปัดเก่าที่คุณเฉินให้มา มือทั้งสองข้างเปื้อนน้ำมันเครื่องไม่ต่างกัน
ซานหนิวไม่ได้พูดอะไร เพียงเม้มปากยิ้มเล็กน้อย
เธอมองกำแพงดินเหลืองที่แตกร้าวด่างพร้อยตรงหน้า
ในสายตาของเธอ มันไม่ได้เป็นเพียงกำแพง
แต่มันคือผืนผ้าใบสีขาวผืนใหญ่
มือเล็ก ๆ ขยับขึ้น
แท่งถ่านดำลากผ่านผิวกำแพงหยาบ ๆ เกิดเสียงเสียดสีซ่า ๆ
หนึ่งครั้ง สองครั้ง
เส้นสายเรียบง่าย ทว่าพลิ้วไหวอย่างยิ่ง
แรกเริ่มมีเพียงเส้นไม่กี่เส้นที่ดูเหมือนขีดเขียนสะเปะสะปะ
แต่เมื่อข้อมือเล็กขยับ เส้นเหล่านั้นกลับดูราวกับมีชีวิตขึ้นมา
ภาพแนวสันเขาหิมะสูงตระหง่านปรากฏขึ้นบนกำแพง
นั่นคือเทือกเขาฉีเหลียนที่อยู่ไกลออกไป
จากนั้น บ้านชั้นเดียวหลายหลังที่เรียงลดหลั่นกันอย่างเป็นระเบียบก็ปรากฏตามมา
นั่นคือเขตบ้านพักทหารที่พวกเขาอาศัยอยู่
แม้แต่ปล่องไฟบนหลังคา รวมถึงควันจากเตาที่ลอยกรุ่นออกมาจากปล่อง เธอก็วาดออกมาได้อย่างครบถ้วน
“ว้าว!”
ลิ่ววาอุ้มต้าเมาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง
“พี่สาม นั่นไก่ตัวผู้ใหญ่ของบ้านเราใช่ไหม?”