ในครัว เสียงฟืนแตกเปรี๊ยะกับเสียงน้ำเดือดปุด ๆ ประสานกัน
บ้านที่เคยเงียบเหงาราวกับสุสาน กลับมีไออุ่นเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเพราะบรรยากาศคึกคักของการทำอาหาร
ฮั่วถิงเยวียนถือมีดสับฟืนไว้ในมือ หั่นเนื้อหมักอย่างเหม่อลอย
แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับจับจ้องกู่อวี่ที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาไม่วางตา
เธอกำลังทำขนมหูแมว
ปลายนิ้วขยับคล่องแคล่ว หยิกแป้งแล้วคลึงเบา ๆ แผ่นแป้งชิ้นเล็กจิ๋วก็ลอยลงไปในหม้อน้ำเดือดทีละชิ้น
ท่วงท่าพลิ้วไหวต่อเนื่อง ราวกับมีจังหวะเฉพาะตัว
ในชั่วขณะที่ใจลอย ภาพแผ่นหลังของเธอก็เริ่มซ้อนทับกับเงาร่างเลือนรางเมื่อ 4 ปีก่อน
“ซี๊ด...”
จู่ ๆ ฮั่วถิงเยวียนก็รู้สึกปวดขมับอย่างรุนแรง ราวกับมีเข็มเหล็กเล่มหนึ่งกำลังหมุนคว้านอยู่ข้างใน
มือที่ถือมีดสับฟืนชะงัก เขาเกือบฟันโดนนิ้วตัวเอง
ความร้อนรุ่มที่ไม่ได้สัมผัสมานานจนแทบหายใจไม่ออก พลันทะลักขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความทรงจำ
มันเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง
แนวชายแดน ภูเขาเหยี่ยนเหริน
ข้อมูลของภารกิจครั้งนั้นผิดพลาด พวกเขาจึงถูกซุ่มโจมตี
เพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมรบล่าถอย เขาล่อศัตรูออกไปตามลำพัง แต่พลาดท่าโดนลูกดอกอาบยาพิษทำขึ้นเองที่อีกฝ่ายวางไว้
พิษร้ายออกฤทธิ์เร็ว ทั้งยังทำให้ไข้ขึ้นสูงและเกิดภาพหลอน
เขาเซถลาเข้าไปในถ้ำลับแห่งหนึ่ง สติเริ่มเลือนราง
ขณะที่คิดว่าตัวเองคงได้พลีชีพแล้ว มือเย็นเฉียบคู่หนึ่งก็ทาบลงบนหน้าผาก
มือนั้นหยาบกร้าน มีรอยด้านจากการทำงานหนักมานาน แต่สัมผัสกลับอ่อนโยนเหลือเกิน