เฟิงฉีไม่ใช่คนประเภทที่จะทำอะไรตามกฎเกณฑ์อยู่แล้ว
ไม่สนด้วยซ้ำว่าตอนนี้เป็นเวลาดึกดื่น เขาเปิดฉากโจมตีคนอื่นทันที
เขายืนอยู่บนกำแพงฐานที่มั่น เอียงคอมองบ้านหลายหลังด้านใน สายตาเล็งไปยังอาคารที่ตกแต่งหรูหราที่สุด พลันมีเปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มลุกพรึ่บขึ้นกลางฝ่ามือ
“จิ๊ ถ้าไม่ผิดคาด พวกผู้มีพลังพิเศษในฐานที่มั่นคงพักอยู่ในอาคารหลังนั้น พวกเรา เฝ้าไว้ให้ดี ถ้ามีใครหนีออกมาแล้วจับไม่ได้สักคน ก็ถือว่าพวกแกไร้ความสามารถ!”
“รับทราบ!”
ผู้มีพลังพิเศษสิบคนด้านหลังขานรับพร้อมกัน เฉาอวี่ซินก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
เฟิงฉีมีเสน่ห์บางอย่างที่ชวนให้คนฮึกเหิม จ้าวลี่เต๋อทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ มานาน ในที่สุดก็รู้สึกเหมือนชาวนาที่ถูกกดขี่ได้ลุกขึ้นมาร้องเพลงแห่งชัยชนะ “ลุยเลยพวกเรา!”
เขาพุ่งลงไปเป็นคนแรก
เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มในมือเฟิงฉีพวยพุ่งสูงหลายเมตรภายในชั่วพริบตา
เขาเบ้ปาก แล้วขว้างเปลวไฟในมือไปยังอาคารที่ตกแต่งหรูหราที่สุด “เริ่มล่าได้!”
ส่วนเพื่อนร่วมทีมที่เหลือก็พากันบินวนอยู่เหนืออาคารสูงหลังนั้น สายฟ้า น้ำแข็งแหลมคม เหล็กกล้า พลังพิเศษทุกชนิดที่ใช้ได้ ต่างพุ่งเข้าใส่หน้าต่างอาคารพร้อมกัน
อาคารถูกเปลวไฟเผาผลาญ ทั้งยังมีลูกธนูลอบโจมตีอยู่รอบด้าน
ไม่นาน เสียงร้องตกใจและเสียงด่าทอก็ดังมาจากภายในอาคาร
คนที่พักอยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษ
ฐานที่มั่นเซิ่งหลิงมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกลอบโจมตี เวลานี้หัวหน้าฐานอย่างว่านเหลยกำลังหยอกล้อกับคนรักของเขาอยู่
