หลินปู้อวี่ถูกควักคริสตัลพลังไปแล้ว ตอนนี้เธอต้องไม่มีพลังพิเศษแน่
หลินปู้อวี่หัวเราะแห้ง ๆ “ฉันชื่อหลินปู้อวี่ เรียกฉันว่าปู้อวี่ก็ได้”
ตอบไม่ตรงคำถาม
เจียงหรานไม่สนใจจะเสแสร้งพูดจาอ้อมค้อมกับเธอ เขาเตรียมกระโดดลงจากตึกสูง แต่จู่ ๆ แขนเรียวบางคู่หนึ่งก็คล้องแขนเขาไว้
เสียงหวานใสดังมาจากด้านหลัง “ฉันไม่มีพลังพิเศษ คุณพาฉันลงไปได้ไหม?”
เธอออดอ้อนอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเคยใช้ลูกไม้นี้จนชิน
เขาเหลือบมองเธอ เธอพยายามกะพริบตาปริบ ๆ ดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้นดูไร้เดียงสาอย่างแท้จริง
เจียงหรานยกมุมปากน้อย ๆ ไม่มีพลังพิเศษ แต่ยังรักษาสภาพแบบนี้ไว้ได้ในวันสิ้นโลก ย่อมต้องมีวิธีการที่ไม่ธรรมดาแน่
ยิ่งเธอมีเจตนาร้ายซ่อนอยู่ เขาก็ยิ่งชอบ
เขาตั้งตารอดูว่าเธอจะทำเรื่องอะไรที่ทำลายล้างฐานอวี่หลาน
“ได้ ฉันจะพาเธอลงไป”
ริมฝีปากบางของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แขนแข็งแรงคว้าต้นแขนเธอไว้ ก่อนพาเธอกระโจนลงจากตึกสูง
หลินปู้อวี่ได้สัมผัสความรู้สึกเมื่อถูกพลังพิเศษห่อหุ้มเป็นครั้งแรก
คลื่นพลังอันแข็งแกร่งนั้นทำให้เธอตระหนักชัดเจนยิ่งขึ้นว่าโลกนี้แตกต่างจากโลกที่เธอจากมาเพียงใด
ที่นี่ หมัดหนักไม่ได้ตัดสินทุกอย่าง
พลังพิเศษต่างหากที่ใช่
คนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษอยากจะต่อกรกับผู้มีพลังพิเศษนั้นยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
หลังกลับถึงฐานที่มั่น เจียงหรานก็พาเธอไปยังจุดลงทะเบียนสมาชิกใหม่
หลินปู้อวี่สวยมาก และที่สำคัญ เธอแตกต่างจากผู้คนในวันสิ้นโลกที่ต้องทนทุกข์ทรมานและหนีตายไปทั่ว
ผิวขาวเนียนของเธอราวกับดาราสาวที่ได้รับการบำรุงดูแลเป็นอย่างดีก่อนวันสิ้นโลก
แต่ตอนนี้คือวันสิ้นโลก ไม่มีใครมีเวลามาดูแลตัวเองด้วยเรื่องไม่จำเป็นพวกนั้น
ดังนั้นท่าทางเปล่งประกายมีชีวิตชีวาของเธอจึงดูแปลกแยก เมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ในวันสิ้นโลก
ระหว่างที่เจียงหรานพาเธอไปจุดลงทะเบียน ตลอดทางมีคนมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ
แต่เธอเป็นคนที่เจียงหรานพามา จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เจียงหรานพาเธอมาถึงจุดลงทะเบียน เธอเข้าไปลงทะเบียน ส่วนเขายืนพิงกรอบประตูอย่างเกียจคร้านอยู่ด้านนอก
เจ้าหน้าที่จะสอบถามความสามารถของผู้มาลงทะเบียน เพื่อจัดสรรงานให้เหมาะสม
วันสิ้นโลกไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์
เจ้าหน้าที่ถาม “พลังพิเศษของคุณเป็นธาตุอะไร?”
หลินปู้อวี่ตอบ “ฉันไม่มีพลังพิเศษ”
เจ้าหน้าที่คุ้นชินกับคำตอบเช่นนี้อยู่แล้ว อย่างไรเสีย ผู้มีพลังพิเศษก็มีอยู่เพียงหยิบมือ
เธอถามต่อ “เราต้องการช่างไฟฟ้า คนที่มีความรู้ด้านเครือข่าย รวมถึงช่างซ่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนวันสิ้นโลก คุณทำงานอะไรที่เข้าข่ายบ้างไหม?”
ตอนนี้ผ่านวันสิ้นโลกมาหนึ่งปีแล้ว แม้ภัยคุกคามจากซอมบี้จะยังร้ายแรง แต่ฐานที่มั่นซึ่งก่อตั้งขึ้นมาแล้วก็จำเป็นต้องรักษาความมั่นคงในการดำรงชีวิต
แม้หลายคนไม่มีพลังพิเศษ แต่ทักษะที่มีมาก่อนวันสิ้นโลกก็ช่วยได้มากในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการดำรงชีวิต
หลินปู้อวี่ไม่เข้าข่ายสักอย่าง เธอส่ายหน้าตรง ๆ “ไม่ใช่เลย”
พูดอีกอย่างก็คือ เป็นคนไร้ประโยชน์
เจ้าหน้าที่เงยหน้ามองหลินปู้อวี่ แต่รอยยิ้มสดใสของเธอทำเอาตาพร่า
“ถ้าไม่เข้าข่ายเลย คุณก็เลือกงานในฐานเราได้แค่สองอย่าง อย่างแรกคือไปทำไร่ใช้แรงงานกับชาวบ้าน อีกอย่างคือ...”
“ฉันเลือกอย่างที่สอง”
หลินปู้อวี่เลือกข้อสองโดยไม่ต้องคิด
เธอไปทำไร่ไม่ได้ ถ้าไปทำไร่ เธอก็จะยิ่งห่างจากเจียงหรานซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญ
คงแทบไม่มีโอกาสได้เจอกันด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ได้เจอกัน แล้วจะทำให้เขากลับใจและหยุดทำลายโลกได้ยังไง?
คำตอบนี้เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่คาดไว้ เธอแค่นหัวเราะเบา ๆ นี่สินะ จุดหมายปลายทางของสาวสวยในวันสิ้นโลก
นิ้วของเธอเคาะแป้นพิมพ์ “ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติแบบคุณคงไม่ต้องลงไปอยู่ชั้นล่าง เลือกคนจากกลุ่มระดับบนสักคน แล้วไปอยู่กับเขา”
เธอหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้หลินปู้อวี่ดู หลินปู้อวี่เห็นรายชื่อเรียงอยู่เป็นแถว
มีสิบกว่าชื่อ
ชื่อของเจียงหรานก็อยู่ในนั้น
หลินปู้อวี่เข้าใจว่าการไปอยู่กับคนเหล่านี้หมายถึงการได้รับมอบหมายให้ทำงานใต้บังคับบัญชาของพวกเขา
ข้อมูลที่ระบบส่งให้เธออธิบายสถานการณ์คร่าว ๆ ของฐานอวี่หลานไว้
ที่นี่มีกลุ่มยอดฝีมือทั้งหมด 13 กลุ่ม เจียงหรานอยู่กลุ่มเอ และเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ
หลินปู้อวี่ชี้ชื่อเจียงหรานทันที “ฉันไปอยู่กับเขา”
ปลายนิ้วขาวเนียนจิ้มลงบนชื่อของเจียงหราน เจ้าหน้าที่มองตาม ก่อนจะเหลือบมองเจียงหรานที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านนอกอย่างมีเลศนัย
เธออยากจะบอกว่า หัวหน้ากลุ่มเจียงไม่รับคู่นอน
แต่คำพูดที่เกือบหลุดออกมากลับถูกกลืนลงคอ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่หัวหน้ากลุ่มเจียงพากลับมาเอง
หัวหน้ากลุ่มเจียงไม่เคยพาใครกลับฐานมาก่อน บางทีเขาอาจมีใจให้เธอก็ได้
เจ้าหน้าที่สบตาถามเจียงหราน เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีคัดค้าน ก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายยอมรับแล้ว
เจ้าหน้าที่จึงยิ้มทันที “ได้เลย งั้นก็ยินดีด้วยนะ”
เมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้ หลินปู้อวี่ก็ยิ้มตอบ “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก”
เจ้าหน้าที่บอก “งั้นตามหัวหน้ากลุ่มเจียงไปได้เลย”
-
หลินปู้อวี่เดินตามเจียงหรานไป ตลอดทางเธอเอาแต่สงสัย
สงสัยว่าผู้มีพลังพิเศษใช้พลังของตัวเองกันอย่างไร
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ
เจียงหรานพาเธอมาถึงคฤหาสน์เดี่ยวหลังหนึ่ง ซึ่งแบ่งเป็นสามชั้น
สมาชิกกลุ่มเอพักอยู่ในคฤหาสน์ทั้งหลัง เจียงหรานอยู่ชั้นสาม แต่ตอนนี้ยังเป็นเวลากลางวัน สมาชิกคนอื่น ๆ จึงออกไปทำภารกิจกันหมด
เขาพาหลินปู้อวี่มาหยุดหน้าห้องหนึ่งบนชั้นสาม เธอหันไปถามเจียงหราน “ต่อไปฉันจะพักที่นี่เหรอ?”
เจียงหรานเลิกคิ้ว แล้วยิ้มให้เธอ “ใช่”
น้ำเสียงเปี่ยมรอยยิ้มฟังดูอ่อนโยน แต่หลินปู้อวี่รู้ดีว่าตัวตนของเขาเป็นอย่างไร จึงไม่คิดว่าเขาเป็นคนดี
เธอยื่นมือผลักประตูเปิด
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเป็นห้องโทนมืดสนิท สีดำทั้งห้อง
ผ้าม่านสีดำ เตียงสีดำ ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มสีดำ แม้แต่ตู้ก็ยังเป็นสีดำ
“นี่ห้องฉันเหรอ?”
เจียงหรานเดินผ่านเธอไปที่หน้าต่าง ยื่นมือดึงม่านออก แล้วเสริมว่า “ห้องฉันด้วย”
หลินปู้อวี่กะพริบตาปริบ ๆ พูดภาษาจีนเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมเธอถึงฟังไม่เข้าใจนะ?
เขาหมายถึงอย่างที่เธอเข้าใจหรือเปล่า?
เมื่อไม่ได้รับคำตอบอยู่นาน เจียงหรานก็หันกลับมา มองเธอด้วยแววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “นี่เป็นสิ่งที่เธอเลือกเอง ไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อมองใบหน้าหล่อเหลาได้รูปของเขา สมองของหลินปู้อวี่ก็แล่นอย่างรวดเร็ว
ที่แท้การไปอยู่กับใครสักคนที่เจ้าหน้าที่พูดถึง หมายถึงการเป็นคู่นอนนี่เอง
มิน่าตอนจะจากมา เจ้าหน้าที่ถึงมองเธอกับเจียงหรานด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น
“เอ่อ...” จู่ ๆ เธอก็นึกคำพูดไม่ออก
เจียงหรานหัวเราะเบา ๆ “เธอจะบอกว่าเข้าใจคำพูดของเจ้าหน้าที่ผิดงั้นเหรอ? ขอโทษนะ ฐานอวี่หลานยกเลิกงานที่จัดสรรไปแล้วไม่ได้ เว้นแต่เธอจะปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ หรือแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีประโยชน์มากกว่านี้ ก่อนหน้านั้นเธอก็ต้องยอมรับงานที่ฐานจัดให้และทำมันให้ดี”
คำว่า “ทำมันให้ดี” ถูกเน้นเสียงเป็นพิเศษ
คราวนี้หลินปู้อวี่พูดไม่ออกจริง ๆ เธออยากเข้าใกล้เจียงหรานก็จริง แต่ไม่ได้อยากใกล้ชิดขนาดนี้สักหน่อย!
“เอ่อ... คุณต้องการมากไหม?”
ถ้าไม่มาก เธอจะให้ระบบหาทางช่วยหลบเลี่ยงไปก่อน
คำถามที่โผล่มาอย่างกะทันหันทำให้เจียงหรานคาดไม่ถึง
แววประหลาดใจวาบผ่านดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มชั่วครู่
เขาจ้องหลินปู้อวี่นิ่ง คิ้วขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หรือว่าเธอขายเรือนร่างเพื่อหาคนคุ้มครองจริง ๆ ไม่ได้มาจากฐานอื่นเพื่อเป็นสายลับให้ฐานอวี่หลาน?
หลินปู้อวี่ฉลาดเพียงใดน่ะหรือ
แม้เจียงหรานจะชะงักไปเพียงชั่วพริบตา เธอก็ยังจับสังเกตได้
นั่นหมายความว่าอะไร? หมายความว่าผู้ชายคนนี้แค่คิดจะหยั่งเชิงเธอ ไม่ได้คิดจะทำอะไรกับเธอเลยสักนิด
นี่คือโลกนิยาย โลกนิยายไม่มีกฎแบบหนึ่งหรอกหรือ?
ตัวร้ายตัวฉกาจกับพระเอกหรือตัวรอง ต่างก็รักนวลสงวนตัว ก่อนพบรักแท้ก็ไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชายหญิงมั่วซั่ว
หลินปู้อวี่เป็นคนประเภทที่ถ้าอีกฝ่ายแข็งกว่า เธอก็ยอมถอย แต่ถ้าอีกฝ่ายอ่อนกว่า เธอก็รุกใส่เต็มที่ แถมยังชอบกวนประสาทอีกต่างหาก
เมื่อเห็นเจียงหรานรับมือไม่ไหว เธอกลับใจกล้าขึ้นมา
เธอก้าวเข้าไปหาเขาอย่างกระตือรือร้น ยกมือทั้งสองข้างประคองมือขวาของเขาไว้ แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมศรัทธา “ในเมื่อฉันเป็นคู่นอนของคุณแล้ว คุณก็ไม่ต้องเกรงใจเลยค่ะ มาเถอะ ฉันพร้อมแล้ว”
