“เธอ...”
“อย่าขยับ”
หลินปู้อวี่โผเข้าซบอกเจียงหรานกะทันหัน แขนทั้งสองข้างกอดเอวคอดแข็งแรงของเขาไว้แน่น บ้าจริง ต้องไม่ให้เขาเห็นดวงตาของเธอเด็ดขาด
อ้อมกอดที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เจียงหรานเผลอกางแขนออก
“ทำอะไรน่ะ?” เขาก้มมองหลินปู้อวี่
ปกติเวลาเธอพูดคำหวานหรือแสดงละครต่อหน้าเขา ยังไม่เคยแนบชิดขนาดนี้
คราวนี้เธอเบียดแนบเขาแน่นจนแทบจะกลืนร่างเข้าไปในตัวเขาอยู่แล้ว
หลินปู้อวี่กลัวว่าเขาจะผลักเธอออก แต่ก็กลัวเขาจะเห็นดวงตาของเธอ จึงได้แต่เค้นสมองหาข้ออ้าง
“ไม่ได้ทำอะไร แค่รู้สึกว่า อืม นายหอมจัง อยากกอดน่ะ”
เจียงหรานเลิกคิ้ว “ฉันไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว”
หลินปู้อวี่ “...”
เธอลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย
“ไม่เป็นไรหรอก สำหรับฉัน นายพิเศษที่สุดอยู่แล้ว ฉันแค่อยากกอดนาย ได้ไหมนะ?”
กลัวเจียงหรานปฏิเสธ เธอจึงรีบเสริมอีกประโยค “เห็นแก่ที่ฉันช่วยชีวิตนายไว้ ให้ฉันกอดสักหน่อยเถอะนะ”
น้ำเสียงนุ่มหวานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเวลาเธอออดอ้อน
เวลาอยู่ต่อหน้าเขา เธอมักจะออดอ้อนจนชิน
เจียงหรานค่อย ๆ ลดแขนที่กางอยู่ลง มือจับไหล่เธอไว้ เขารู้ว่ายัยจอมโกหกคนนี้ต้องกำลังเล่นลูกไม้อะไรอีกแน่
หลินปู้อวี่แนบชิดอยู่ในอ้อมแขนเจียงหราน สัมผัสแผงอกแข็งแกร่งของเขา เลือดในกายยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นกว่าเดิม
เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนราชาซอมบี้ แต่เหมือนแวมไพร์มากกว่า
เมื่อครู่เธอไม่ได้โกหก เธอรู้สึกจริง ๆ ว่าเจียงหรานหอมมาก ถึงขั้นได้ยินเสียงเลือดไหลเวียนในกายเขา เธอโหยหาดื่มเลือดของเขา
