เมื่อถามจนรู้สถานการณ์แน่ชัดว่าไม่มีซอมบี้ ทั้งสี่คนก็ไม่คิดจะนอนกันแล้ว
ซู่หยาหันไปมองผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะแค่นเสียงดัง “ถุย! ยัยโง่ เกือบชนคนแล้วยังเอาไฟหน้ารถส่องใส่อีก ยังมีหน้ามาด่าคนอื่น!”
เซียวจิงเฉิงดึงเธอกลับมา “พอเถอะ เขาขอโทษแล้ว ก็ปล่อยไป”
พวกเขาเตรียมหาอะไรกิน
สวี่เวยไปหยิบอาหารบนรถ เขาหยิบของที่ตัวเองหาเสบียงมาได้ เพราะอยากทำผลงานให้เข้าตา
เนี่ยเฟยใช้พลังพิเศษจุดไฟต้มน้ำทันที
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหกถ้วย คนละถ้วย
ก่อนวันสิ้นโลก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาจเป็นอาหารขยะ แต่หลังวันสิ้นโลก มันกลับเป็นของหายากอย่างแท้จริง
สวี่เวยประคองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองถ้วย เดินเข้าไปหาเจียงหรานกับหลินปู้อวี่อย่างกระตือรือร้น
“เจียงหราน ปู้อวี่ พวกคุณกินเถอะ”
“ขอบคุณนะ” หลินปู้อวี่กำลังจะยื่นมือไปรับ แต่เจียงหรานจับมือเธอดึงกลับ “ไม่ต้องหรอก พวกคุณกินกันเถอะ พวกเรากินอย่างอื่น”
สวี่เวยกะพริบตาปริบ ๆ “อย่างอื่นเหรอ?”
หลินปู้อวี่เองก็สงสัยว่าอย่างอื่นที่ว่าคืออะไร
เจียงหรานมองเนี่ยเฟย เนี่ยเฟยยักไหล่ วางบะหมี่ลงแล้วไปหยิบกระทะแบนกับเนื้อสเต๊กที่บรรจุห่อไว้อย่างดีจากบนรถ
จากนั้นทุกคนก็เห็นเจียงหรานค่อย ๆ ใช้กระทะที่เนี่ยเฟยเอามา ทอดสเต๊กด้วยท่าทางสบาย ๆ
ท่าทางนั้นราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตสักแห่ง
หลินปู้อวี่มองเจียงหรานด้วยสีหน้าเบิกบาน
สเต๊กส่งเสียงฉ่าบนกระทะ กลิ่นหอมชวนกินลอยฟุ้งไปทั่ว
จู่ ๆ สวี่เวยก็รู้สึกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองถ้วยในมือไม่น่ากินขึ้นมาเสียแล้ว
