ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ร่างของฟู่เซียวก็แข็งทื่อขึ้นมาทันที!
ความฮึกเหิมและความกล้าที่พุ่งขึ้นมาเพราะฤทธิ์สุราพลันมอดดับลงในชั่วพริบตา
เขาหันกลับไปอย่างแข็งทื่อ แล้วก็เห็นเซียวจิ่งเหิงยืนประสานมือไพล่หลังอยู่ไม่ไกลนัก เบื้องหลังมีขันทีหลิวติดตามมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
บนใบหน้าของเซียวจิ่งเหิงไม่เหลือรอยยิ้มจากในงานเลี้ยงแม้แต่น้อย สีหน้าบนใบหน้าหล่อเหลานั้นบึ้งตึงถึงขีดสุด
แววตาที่มองฟู่เซียวเย็นชาและดุดัน เปี่ยมด้วยจิตสังหารที่ไม่คิดปกปิด!
สมองของฟู่เซียวขาวโพลนไปหมด
องค์รัชทายาทมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?! เขาไม่ควรอยู่ในงานเลี้ยงหรือ?!
ฟู่เซียวฝืนรักษาศักดิ์ศรีของแม่ทัพไว้ ก่อนจะโค้งกายอย่างแข็งทื่อ ทำความเคารพร่างที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างนอบน้อม
“กระหม่อมฟู่เซียว ถวายบังคมองค์รัชทายาท”
เซียวจิ่งเหิงไม่สนใจเขา เดินผ่านฟู่เซียวตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้ายุนเวย
เหล่าข้ารับใช้ในวังที่อยู่เบื้องหลังยุนเวย รวมถึงลวี่ชิง ต่างพากันหมอบกราบลงกับพื้นทันทีที่เห็นองค์รัชทายาทปรากฏตัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวว่าเสียงเพียงนิดเดียวจะทำให้เกิดโทสะราวสายฟ้าฟาด
“พวกเจ้าถอยออกไปให้หมด”
เสียงของยุนเวยทำให้ลวี่ชิงและคนอื่น ๆ รู้สึกราวกับได้รับการอภัยโทษ
หลังจากให้เหล่าข้ารับใช้ออกไปแล้ว ยุนเวยจึงเงยหน้ามองเซียวจิ่งเหิง ก่อนยื่นมือไปหาเขา เป็นท่าทีที่แสดงถึงความไว้วางใจและพึ่งพาอย่างเต็มเปี่ยม
