ทันทีที่คำถามนี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของหลินชิงชิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เปลี่ยนไปในพริบตา!
มาแล้ว! ช่วงเวลาที่เธอกลัวที่สุด ในที่สุดก็มาถึงจนได้!
บนใบหน้าของเสิ่นหวยชวนไม่มีแววประหลาดใจแม้แต่น้อย เขามองกู้จิ่นที่ดูราวกับวิญญาณหลุดจากร่าง แววตาลึก ๆ ฉายประกายเย็นชา
เขาพยักหน้า “แน่นอนว่าเคยพบกัน พวกเรารู้จักกันมาก่อนทุกคน”
คำตอบของเขาคลุมเครือ ทั้งยอมรับว่าเคยพบกัน แล้วก็เหมารวมการพบกันครั้งนั้นไว้ในคำว่า ‘รู้จักกัน’ ซึ่งครอบคลุมทุกคน
พูดจบ เขาราวกับเพิ่งสังเกตเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกู้จิ่นและกำลังประหม่าแทบขาดใจ
เขาหันไปมองหลินชิงชิง แล้วพูดกับภรรยาว่า “จริงสิ เวยเวย ผมลืมแนะนำให้คุณรู้จัก”
เขาจงใจเน้นเสียงคำว่าเวยเวยเป็นพิเศษ คำเรียกอันสนิทสนมนั้นทำให้หัวใจกู้จิ่นขมปร่า
“ท่านนี้คือคุณหลิน” เสิ่นหวยชวนแนะนำหลินชิงชิงที่ยืนอยู่ข้างกู้จิ่นให้ยุนเวยรู้จัก
ยุนเวยมองตามคำแนะนำของเสิ่นหวยชวนไปยังหลินชิงชิง
เธอพยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพอดีงาม
“คุณหลิน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
เมื่อถูกดวงตากลมใสกระจ่างราวกับดวงตาจิ้งจอกของเธอมอง หลินชิงชิงก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรปกปิดได้เลยต่อหน้าอีกฝ่าย
ความรู้สึกด้อยค่า ความอิจฉาริษยา และความรู้สึกผิดในใจของเธอ ล้วนถูกแสงจากสายตาสงบนิ่งคู่นั้นส่องให้เห็นอย่างชัดเจน
เธอประหม่าเสียจนริมฝีปากสั่น แทบต้องเค้นคำพูดออกมาจากซอกฟัน “คะ...คุณนายเสิ่น ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
กู้จิ่นไม่ได้ใส่ใจกระแสตึงเครียดที่ซ่อนอยู่รอบตัว
จิตใจทั้งหมดของเขายังคงจมอยู่กับคำถามเมื่อครู่และคำตอบคลุมเครือของเสิ่นหวยชวน
เขายังคงจ้องยุนเวยอย่างดื้อดึง แล้วถามต่อว่า “ถ้าอย่างนั้น...เมื่อก่อนพวกเราสนิทกันมากไหม”
