“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ไปหาหมอรักษาหูก่อนเถิด คำพูดเดิมข้าไม่มีอารมณ์จะพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง” ไป๋หลานกวาดตามองคนเหล่านั้น น้ำเสียงเย็นชา
“เจ้า! ช่างโอหังนัก เป็นแค่ศิษย์รับใช้แท้ ๆ กล้าพูดกับพวกเราเช่นนี้ได้อย่างไร รอดูเถอะ ล่วงเกินยอดเขาหยกพิสุทธิ์แล้ว ต่อไปเจ้าจะอยู่ในสำนักอย่างสงบสุขไม่ได้แน่!” สตรีผู้นั้นโกรธจนใบหน้าหม่นคล้ำ แต่ไม่กล้าลงมือกับไป๋หลาน ทำได้เพียงข่มขู่ต่อไป
กฎสำนักชิงหยวนอยู่ตรงหน้า คนเหล่านี้อาศัยฐานะของตนวางอำนาจใส่นางได้ก็จริง แต่ไม่อาจลงมือกับนาง
คนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็พากันรับคำ “ใช่! รอดูเถอะ!”
“บัดนี้ศิษย์น้องอาเป็นศิษย์สายตรงของเจินเหรินชิงเสวียนแล้ว ล่วงเกินนางเข้า ข้าดูสิว่าต่อไปในสำนักยังจะมีใครกล้าคบหากับเจ้าอีก!”
“ข้ากล้า!” เสียงสตรีใสกังวานดังมาจากด้านหลังคนเหล่านั้น หนานเซียนจือในชุดกระโปรงสีชมพูเดินออกมาจากฝูงชนโดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อใด
นางชี้ไป๋หลาน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วแค่นเสียง “นางเป็นคนของข้า ไป๋หลิงเป็นศิษย์ของเจินเหรินชิงเสวียน ข้าก็เป็นเหมือนกัน ข้าจะดูสิว่าใครในที่นี้กล้าแตะต้องนาง!”
ไป๋หลาน “……”
สมกับเป็นไปตามเนื้อเรื่อง ในที่สุดหนานเซียนจือก็เข้าสำนักของเจินเหรินชิงเสวียน กลายเป็นศิษย์พี่ของนางเอก
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันอะไรกันเนี่ย
หนานเซียนจือมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ กำลังปกป้องเธอเหรอ?
แปลกแล้ว แปลกเกินไปแล้ว!
เรื่องราวเหมือนกำลังดำเนินไปในทิศทางประหลาด ทำไมหนานเซียนจือกับเธอถึงกลายเป็นพวกเดียวกันไปได้ล่ะ
