“ในเมื่อเป็นอย่างนั้น พวกเราพี่น้องสองคนขอตัวก่อน” พูดจบยมทูตขาวดำก็เตรียมกลับปรโลก
“เดี๋ยวก่อน!” ถังโต้วโต้วร้องเรียกพวกเขาขึ้นมากะทันหัน ก่อนจะวิ่งไปหยุดตรงหน้าอย่างตื่นเต้น แล้วกวาดตามองทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ยมทูตขาวดำ? พวกคุณคือยมทูตขาวดำจริง ๆ เหรอ? ยมทูตใหญ่สิบตนแห่งปรโลก ยมทูตขาวดำที่โคตรเก่ง ไร้เทียมทาน สุดยอดมาก ๆ น่ะเหรอ?”
ยมทูตขาวดำมองเขา พลางเลิกคิ้วเล็กน้อย “นายคือ...”
“โต้วโต้ว อย่าเสียมารยาท” เจียงอวี๋ดึงถังโต้วโต้วไปไว้ข้างหลัง แล้วกล่าวขอโทษยมทูตขาวดำ “ขอโทษด้วย นี่เป็นศิษย์ของฉันเอง นิสัยค่อนข้างซุกซน
“ปกติเขาอ่านนิยายแฟนตาซีเยอะ แล้วก็ชื่นชมท่านทั้งสองมาก วันนี้พอได้เจอกันเลยเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่”
“ใช่ ๆ!” ถังโต้วโต้วพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับไก่จิกข้าว แล้วเห็นด้วยกับคำพูดของเจียงอวี๋สุดชีวิต “ท่านเจ็ด ท่านแปด ได้ยินชื่อเสียงมาร้อยครั้งก็ไม่สู้ได้เห็นกับตา พวกคุณเท่กว่าที่เห็นในนิยายกับหนังเสียอีก!
“ดูบุคลิกของพวกคุณสิ แค่ยืนอยู่ตรงนี้โดยไม่ต้องลงมือ ผมก็สัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามกับพลังที่ลึกล้ำสุดหยั่งถึงแล้ว
“พวกคุณปราบผีร้าย ช่วยเหลือผู้คน กดข่มปรโลก! เป็นยอดฝีมือผีที่ทั้งโลกมนุษย์และปรโลกขาดไม่ได้เลย! บ้านเมืองสงบสุขได้ขนาดนี้ ก็เพราะมีพวกคุณนี่แหละ ผม ถังโต้วโต้ว ชื่นชมพวกคุณอย่างล้นเหลือ ประหนึ่งสายน้ำเชี่ยวที่ไหลไม่รู้จบ!
“ไม่ไหวแล้ว ผมได้เจอไอดอลทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมตื่นเต้นจนจะเป็นลมแล้ว”
คนโบราณกล่าวไว้ว่า ต่อให้เจาะรูไปทั่วก็ยังไม่ทะลุคำประจบ
ยมทูตขาวดำผู้เคร่งขรึมเย็นชา พอได้ฟังคำเยินยอเว่อร์วังของถังโต้วโต้วแล้ว ก็อดรู้สึกเบิกบานขึ้นมาอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นไม่ได้
ทั้งคู่เปลี่ยนจากท่าทีเย็นชาไม่อยากสุงสิงเมื่อครู่นี้ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเปี่ยมสุขกันทั้งคู่