ไป๋ชิวเจี๋ยรู้สึกว่าเรื่องนี้ไร้สาระสิ้นดี เธอพูดอย่างโมโหว่า “ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ มันเกี่ยวอะไรกับชาติกำเนิดของนายหรือว่านายคู่ควรกับฉันไหม ฉันต้องพูดกับนายอีกกี่ครั้ง?”
แต่เฉินอวี้ซูกลับไม่ฟังเธอเลยแม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหา “ไม่ชอบเหรอ? นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เพียบพร้อมอย่างฉันเธอยังไม่เห็นค่า งั้นก็มาเป็นเมียของคุณลุงฉันแล้วกัน!”
คุณลุง?
ในที่สุดไป๋ชิวเจี๋ยก็เข้าใจ เธอถอยกรูดอย่างหวาดกลัว พลางส่ายหน้าไม่หยุด “นายจงใจใช่ไหม พวกนายร่วมมือกันหลอกฉันมาที่นี่เหรอ? เฉินอวี้ซู นี่มันผิดกฎหมายนะ รีบปล่อยฉันออกไป!”
“ผิดกฎหมายเหรอ?” เฉินอวี้ซูกับพ่อของเสี่ยวฮวาเหมือนได้ยินเรื่องตลก พวกเขาสบตากันแล้วหัวเราะลั่น
“ทำไมเธอถึงไร้เดียงสาขนาดนี้? คิดว่าพวกเราพาเธอมาที่นี่โดยไม่เตรียมทางหนีทีไล่ไว้หรือไง?
“อยู่ที่นี่แล้วทำตัวเป็นนายหญิงของบ้านไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะกลับไปที่มหาวิทยาลัย แล้วเอาข้าวของของเธอไปทิ้งให้หมด จากนั้นก็บอกอธิการบดีและครอบครัวของเธอว่าเธอทนความลำบากในหมู่บ้านบนเขาไม่ไหว เลยหนีกลับเข้าเมืองไปกลางดึก
“ชนบทห่างไกลแบบนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดสักหน่อย ใครจะพิสูจน์ได้ว่าเธออยู่ที่นี่?”
ไป๋ชิวเจี๋ยหน้าซีดเผือด แสร้งทำเป็นลนลานแล้วขู่พวกเขา “ตำรวจ ตำรวจจะสืบเรื่องนี้!”
เฉินอวี้ซูหัวเราะเยาะอีกครั้ง เขาดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกแล้วถากถางความไร้เดียงสาของเธอ “พูดตามตรงนะ หมู่บ้านของเราเป็นแหล่งซ่อนตัวชั้นดีของพวกค้ามนุษย์ บ้านไหน ๆ ก็มีผู้หญิงอยู่ในคอกหมูทั้งนั้น
“ผู้หญิงพวกนั้นก็เคยหนีไปหลายคน บางคนวิ่งลงเขาไปแจ้งตำรวจขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ เธอคิดสิว่าทำไมสุดท้ายพวกเธอถึงถูกส่งกลับมาหมด?”
