ภายในบาร์ในเขตคนจน เสิ่นอี้กับหงหลางและพวกกำลังดื่มกันอย่างเต็มที่
สำหรับนักผจญภัย ทุกครั้งที่เข้าร่วมภารกิจ ก็เท่ากับผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาอีกครั้ง
เส้นประสาทที่ตึงเครียดอย่างหนักต่อเนื่องมาสิบวัน ในที่สุดก็ได้ผ่อนคลายเต็มที่ในเวลานี้ ทุกคนหัวเราะกันอย่างสุดเหวี่ยง
แม้แต่หญิงสาวอย่างเวินโหรวก็ยังพูดคุยหัวเราะเสียงดังและดื่มเบียร์กับทุกคน
“มา พี่น้อง!” หงหลางใช้ฟันงับฝาขวดจนปากขวดแตกออกมาทั้งชิ้น ก่อนจะคายเศษแก้วเต็มปาก แล้วตะโกนใส่เสิ่นอี้ “ฉันขอดื่มให้! ภารกิจครั้งนี้เป็นครั้งที่ฉัน หงหลาง ได้ผลตอบแทนมากที่สุดตั้งแต่มาถึงที่บ้า ๆ นี่ อาศัยบารมีนายเลยนะ ได้แต้มโลหิตมามากกว่าหกพัน ฮ่า ๆ สะใจชะมัด!”
เสิ่นอี้ยกขวดเบียร์ชนกับหงหลาง “ได้ยินว่านายถูกปืนใหญ่ประจำเครื่องบินแหวกท้อง ร้องไห้เรียกพ่อเรียกแม่ด้วยความเจ็บปวดงั้นเหรอ? ฉันเดาว่าตอนนั้นนายคงไม่ได้รู้สึกขอบคุณฉันแน่”
หงหลางร้อนตัวจนรีบตบโต๊ะลุกขึ้นยืน “เหลวไหล! ฉันเคยร้องไห้เรียกพ่อเรียกแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่? ไอ้สารเลวคนไหนปล่อยข่าวลือ?”
ทุกคนพากันปิดปากหัวเราะคิกคัก
นักผจญภัยคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ไกลเอ่ยกับหงหลาง “พี่หง ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ภารกิจคราวนี้ได้ของไม่น้อยเลยนะ? มีข่าวอะไรบ้างไหม?”
“ปฏิบัติการมาร์เก็ตการ์เดน” หงหลางตอบ “ศึกชิงสะพานอาร์เนม สนใจไหม?”
นักผจญภัยหลายสิบคนในบาร์มองหน้ากัน
คนหนึ่งร้องถาม “50 แต้มโลหิตเหรอ?”
“150 แต้มโลหิต” หงหลางตอบเสียงเย็นชา
“โห นายโขกแพงไปหรือเปล่า?” นักผจญภัยคนหนึ่งร้องขึ้น
หงหลางหัวเราะหึ ๆ “รวมทั้งวิธีทำภารกิจเสริมให้สำเร็จและภารกิจเนื้อเรื่องด้วย จะฟังก็ฟัง ไม่ฟังก็ช่าง”
พอได้ยินเช่นนั้น นักผจญภัยในบาร์ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันทันที
เวินโหรวสงสัยเล็กน้อย จึงถามเสิ่นอี้เสียงเบา “พวกเขาทำอะไรกันเหรอ?”
เสิ่นอี้ยิ้มบาง ๆ “ขายข่าวน่ะ ไม่คิดเลยว่าพวกนี้จะรู้จักหาเงินเก่งขนาดนี้ สารพัดวิธีงัดออกมาใช้ได้หมด”
บาร์เป็นสถานที่ที่นักผจญภัยมาดื่มเหล้า และยังเป็นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การผจญภัยของทุกคนด้วย
ภารกิจในนครโลหิตแม้จะมีมากมายและซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้มีไม่รู้จบ