ร่างแยกค้างคาวถือเป็นหนึ่งในความสามารถโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของแดรกคิวลา เขาใช้พลังชีวิตที่เหลือแปลงร่างเป็นค้างคาวเพื่อโจมตีศัตรู ขอเพียงยังมีค้างคาวรอดอยู่ตัวหนึ่งในท้ายที่สุด แดรกคิวลาก็จะไม่มีวันตาย แน่นอนว่าเขาจะเหลือพลังชีวิตเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่การโจมตีของค้างคาวนับร้อยนับพันตัวนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง
ทว่าวิชานี้ก็มีจุดอ่อนของตัวเองเช่นกัน นั่นคือหวาดกลัวการโจมตีเป็นวงกว้างหรือสิ่งของที่สร้างความเสียหายหมู่ หากมีวิชาโจมตีหมู่ระดมยิงใส่ฝูงค้างคาว นั่นจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ของเคานต์แดรกคิวลา
แต่ถึงขั้นนี้แล้ว เคานต์แดรกคิวลามั่นใจได้ว่าคนเหล่านี้ไม่มีวิชาหรือสิ่งของโจมตีหมู่เหลืออยู่อีก จึงใช้มันได้อย่างเต็มที่
ในชั่วขณะนั้น ค้างคาวหลายร้อยตัวแยกย้ายกันบินเข้าโจมตีทุกคนอย่างบ้าคลั่ง พวกมันพุ่งเข้าใส่และกัดแทะไม่หยุด ทุกคนต่างวุ่นอยู่กับการต่อสู้กับฝูงค้างคาว แต่ก็รับมือไม่ไหวเพราะมีค้างคาวดูดเลือดมากเกินไป จึงได้รับบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตอนนั้นแวน เฮลซิงคืนร่างมนุษย์แล้ว เขาเห็นฝูงค้างคาวบินว่อนกัดแทะไปทั่ว จึงชักปืนล่าปีศาจสองกระบอกออกจากเอว แล้วลั่นไกใส่ค้างคาวสองตัว
เสิ่นอี้เห็นอย่างชัดเจนว่ากระสุนสองนัดนั้นกระเด้งไปมาอย่างรวดเร็วในฝูงค้างคาว ทุกครั้งที่ยิงโดนค้างคาวตัวหนึ่ง มันจะดีดตัวไปโดนตัวอื่นทันที
กระสุนกระโดดเป็นคลื่น: ทำให้กระสุนสามารถกระโดดโจมตีได้ สร้างการกระโดดต่อเนื่องได้อย่างน้อย 2 ครั้ง สูงสุด 12 ครั้ง พลังโจมตีเริ่มต้นของกระสุนคือ 30 และจะลดลง 1 แต้มทุกครั้งที่กระโดด
แวน เฮลซิงยิงออกไปสองนัด ทำให้ค้างคาวหลายสิบตัวตายลงในพริบตา
ฝูงค้างคาวส่งเสียงกรีดร้องพุ่งเข้าใส่แวน เฮลซิงอย่างดุเดือด ก่อนจะชนร่างเขาแล้วระเบิดตัวเอง เสียงระเบิดดังต่อเนื่องกันเป็นชุดจนร่างของแวน เฮลซิงพรุนไปทั่วราวกับตะแกรง หมอนี่ร่างกายแข็งแกร่งไม่น้อย ได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้แล้วยังไม่ตาย เขาหมุนตัวลั่นกระสุนกระโดดเป็นคลื่นอีกสองนัด สังหารฝูงค้างคาวที่บินเข้ามาในพริบตา ทว่าตัวเขาเองก็ฝืนต่อไปไม่ไหว สุดท้ายล้มลงในกองเลือดดังตุ้บ