บทที่ 7 ฝ่าวงล้อมออกจากเมืองเล็ก (1)
จุดลงจอดที่กำหนดของเหล่านักผจญภัยอยู่ในเมืองเล็กแห่งหนึ่ง ห่างจากสะพานอาร์เนม 500 เมตร อย่าคิดว่าแค่ 500 เมตรนั้นใกล้ เพราะเส้นทางในเนเธอร์แลนด์ที่กองทัพพันธมิตรวางแผนจะเปิดทางให้ได้มีความยาวเพียง 63 ไมล์เท่านั้น ถนนที่มุ่งสู่อาร์เนมแทบทุกกิโลเมตรล้วนต้องปูด้วยเลือดเนื้อจำนวนมหาศาล
แต่ที่เหล่านักผจญภัยลงจอด ณ ที่แห่งนี้ได้ ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะมีการจัดการลับอยู่เบื้องหลัง อย่างน้อยนักผจญภัยที่รอดชีวิตทุกคนก็ไม่ได้ลงจอดนอกเขตที่กำหนด ขอเพียงลงมาถึงพื้น ก็ต้องอยู่ในบริเวณนี้แน่นอน
เขาค่อย ๆ เปิดประตูบ้าน เสียงปืนใหญ่บนฟ้ายังคงดังต่อเนื่อง ท้องฟ้ายังมีพลร่มกระโดดลงมาเป็นระยะ
แม้เสิ่นอี้จะเป็นคนสุดท้ายที่กระโดดออกจากเครื่องบินซี-47 แต่กลับเป็นคนแรกที่ลงถึงพื้น
ตอนเขาลงมาความเร็วสูงมาก ช่วงที่ร่วงลงมาโดยไม่มีร่มชูชีพนั้นยาวกว่า 200 เมตร ซึ่งในยุคนั้นถือว่าพบเห็นได้ยากยิ่ง
ทหารเยอรมันหลายคนเห็นเขาลงจอดชัดเจน จึงถือปืนย่อตัวพุ่งตรงมายังบ้านหลังเล็ก
“เฮ้”
เสิ่นอี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในโรงม้าข้างบ้าน พลางยิ้มเจ้าเล่ห์
ทหารเยอรมันหลายคนหันขวับด้วยความตกใจ กระสุนจากปืนเพลิงวิญญาณสาดเข้าใส่พวกเขาเป็นชุด คุณสมบัติเสริมความเสียหายธาตุไฟของปืนเพลิงวิญญาณก่อเปลวเพลิงลุกท่วมร่าง ทหารเยอรมันหลายคนร้องโหยหวนพลางตบไฟที่ลุกอยู่บนตัว ท้ายที่สุดก็ล้มลงสิ้นใจอย่างไร้เรี่ยวแรง
“แรงดีจริง ๆ” นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นอี้ใช้ปืนกระบอกนี้ในสนามรบจริง เขารู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมาก
เสิ่นอี้ใช้ตรวจจับจิตสังเกตทหารเยอรมันเหล่านี้แล้ว พลังชีวิตมีเพียง 50 แต้ม เท่ากับคนธรรมดาทั่วไป
เมื่อเทียบกับพลังต่อสู้ส่วนบุคคลอันแข็งแกร่งในโลกภารกิจของแวน เฮลซิงแล้ว โลกสงครามโลกครั้งที่สองกลับใช้ยุทธวิธีระดมคนจำนวนมากเพื่อสร้างภัยคุกคามถึงชีวิต