ยามนี้ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงไฟจากปืนต่อสู้อากาศยาน กระสุนส่องวิถีลากเป็นทางพุ่งขึ้นสู่ฟ้า เปลี่ยนราตรีให้สว่างราวกลางวัน ปืนใหญ่ยักษ์นับไม่ถ้วนระดมยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงคำรามกึกก้องดังสนั่น เปลวไฟผุดขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับดอกไม้ไฟในเทศกาล เมื่อกระสุนพุ่งเข้าใส่เครื่องบินของกองทัพอังกฤษแต่ละลำ ก็เกิดแสงสีพร่างพรายเจิดจ้ากลางเวหา
“ตูม!” เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นกลางอากาศ ห่างจากเครื่องบินลำเลียงไม่ไกล กระแสลมมหาศาลพลิกเครื่องบินลำใหญ่ขึ้นลงราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง มันหมุนตีลังกากลางอากาศต่อเนื่อง เกือบชนเครื่องบินอีกลำ ผู้คนกลุ่มหนึ่งร่วงจากเครื่องบินลงสู่ความเวิ้งว้าง พร้อมส่งเสียงร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัว
ประตูสำหรับกระโดดร่มของเครื่องบินลำเลียงเปิดออกนานแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนกลุ่มแรกที่กระโดดออกจากเครื่องบินจะต้องออกไปด้วยวิธีนี้
“รีบกระโดดร่ม!” เสิ่นอี้ตะโกนลั่น
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วงเวลาจากท้องฟ้าถึงพื้นดินแม้จะไม่นาน แต่ก็เต็มไปด้วยอันตราย ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่าเมืองนี้จะแจ้งเตือนทุกคนด้วยวิธีเช่นนี้
คนที่ยังไม่ร่วงจากเครื่องบินต่างพากันกรูไปที่ประตู แล้วกระโจนออกสู่ท้องฟ้า พลร่มฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนมากเริ่มกระโดดลงมา ท้องฟ้ามีร่มสีขาวลอยอยู่ทุกหนแห่ง ดูราวกับแมงกะพรุนที่ล่องลอยไปมา
ปืนกลต่อสู้อากาศยานบนพื้นดินพ่นกระสุนอย่างบ้าคลั่ง ลำแสงทอดยาวเป็นทางบนท้องฟ้า พลร่มหลายคนถูกห่ากระสุนบ้าคลั่งฉีกขาดกลางอากาศ เลือดเนื้อปลิวว่อน